ชอบมากตรงที่ผู้กำกับใช้การกระทำแทนคำพูดเยอะมาก ตอนพระเอกอุ้มนางเอกข้ามห้องมาทิ้งลงบนเตียง มันสื่อถึงความหงุดหงิดและความห่วงใยปนกันได้อย่างน่าทึ่ง นางเอกที่พยายามจะหนีแต่ก็ถูกดึงกลับมา ทำให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างทั้งสองคน แสงไฟในห้องนอนที่นุ่มนวลตัดกับอารมณ์ที่รุนแรงของตัวละคร สร้างความขัดแย้งที่สวยงามมาก ดูแล้วรู้สึกอินไปกับตัวละครในเรื่องแกล้งใสยั่วบอสเย็นชา อย่างบอกไม่ถูกเลย
ต้องยกนิ้วให้การแสดงของทั้งคู่ โดยเฉพาะแววตาที่สื่ออารมณ์ได้ครบถ้วน ตอนพระเอกก้มลงมองนางเอกบนเตียง สายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความรักมันช่างทรงพลังมาก นางเอกเองก็แสดงอาการสับสนและหวาดกลัวได้อย่างเป็นธรรมชาติ การที่พระเอกค่อยๆ โน้มตัวลงไปจูบอย่างรุนแรงแต่ก็หยุดทันทีที่เห็นน้ำตาของนางเอก แสดงให้เห็นถึงการต่อสู้ภายในใจที่เข้มข้นมาก เป็นฉากที่ดูแล้วหัวใจเต้นแรงจริงๆ สำหรับแฟนๆ แกล้งใสยั่วบอสเย็นชา
การเปลี่ยนฉากจากคลับแสงสีสดใสเข้ามาในห้องนอนที่เงียบสงบแต่ตึงเครียด ทำได้ยอดเยี่ยมมาก แสงนีออนสีชมพูม่วงในคลับตัดกับแสงไฟอุ่นๆ ในห้องนอน สร้างอารมณ์ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ยังคงความโรแมนติกไว้ได้ตลอดเรื่อง เสียงเพลงในคลับที่หายไปแทนที่ด้วยความเงียบในห้องนอน ทำให้คนดูโฟกัสไปที่การสนทนาและการกระทำของตัวละครได้เต็มที่ เป็นเทคนิคการเล่าเรื่องที่ทำให้แกล้งใสยั่วบอสเย็นชา น่าติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ
ฉากนี้คือส่วนผสมที่ลงตัวของความโรแมนติกและความดราม่า การที่พระเอกพยายามจะจูบนางเอกแต่ต้องหยุดเพราะเห็นน้ำตา มันช่างน่าใจหายมาก แสดงให้เห็นว่าแม้เขาจะโกรธหรือหงุดหงิดแค่ไหน แต่เขาก็ยังรักและห่วงใยนางเอกอยู่เสมอ นางเอกที่ร้องไห้แต่ก็ยังพยายามพูดอะไรบางอย่าง ทำให้คนดูอยากรู้ว่าเธอจะพูดอะไรและพระเอกจะตอบสนองอย่างไร เป็นฉากที่ทำให้คนดูต้องรอคอยตอนต่อไปของแกล้งใสยั่วบอสเย็นชา อย่างใจจดใจจ่อเลย
ฉากเปิดเรื่องในคลับแสงสีช่างสร้างบรรยากาศได้ยอดเยี่ยม ความเงียบระหว่างพระเอกกับนางเอกเต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่มองไม่เห็น พอฉากเปลี่ยนเข้าห้องนอน ความขัดแย้งก็ปะทุทันที การที่พระเอกอุ้มนางเอกขึ้นมาวางบนเตียงแล้วเริ่มบทสนทนาที่จริงจัง ทำให้คนดูอย่างเราต้องจ้องหน้าจอไม่กระพริบตาเลยจริงๆ ในเรื่องแกล้งใสยั่วบอสเย็นชา ฉากนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าความอดทนของเขามีขีดจำกัด และความรู้สึกที่ซ่อนไว้เริ่มล้นออกมาจนควบคุมไม่อยู่