ฉากแฟลชแบ็คในห้องนอนที่แสงสลัวช่างตัดกับบรรยากาศภายนอกอย่างสิ้นเชิง ความใกล้ชิดระหว่างพระเอกและนางเอกในฉากนั้นสื่อถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและอาจจะเป็นต้นตอของปัญหาทั้งหมด การกลับมาเจอกันที่สุสานจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการเผชิญหน้ากับอดีตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ สีหน้าของพระเอกที่ดูเจ็บปวดขณะมองนางเอก บอกเล่าเรื่องราวได้ดีกว่าคำพูดใดๆ ในเมียเก่าสุดแกร่ง พิชิตใจซีอีโอ ฉากนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญ
การเปลี่ยนฉากจากสุสานที่เงียบเหงามายังตึกสำนักงานที่ทันสมัยและวุ่นวาย สร้างความแตกต่างที่ชัดเจนมาก พระเอกในชุดสูทเดินผ่านพนักงานด้วยความเย็นชา ต่างจากตอนอยู่ที่สุสานอย่างสิ้นเชิง นางเอกที่ตามมาในภายหลังก็ดูมุ่งมั่นและพร้อมจะเผชิญหน้ากับอะไรบางอย่าง บรรยากาศในออฟฟิศที่พนักงานซุบซิบกันยิ่งเพิ่มความน่าสนใจว่าเธอคือใครและมาทำอะไรที่นี่ เนื้อเรื่องในเมียเก่าสุดแกร่ง พิชิตใจซีอีโอ เดินหน้าเร็วมาก
ฉากที่นางเอกเดินเข้ามาในออฟฟิศแล้วถูกพนักงานมองด้วยสายตาแปลกๆ ช่างน่าอึดอัดแทนเธอจริงๆ แต่เธอกลับตอบโต้ด้วยรอยยิ้มและท่าทีที่มั่นใจ แสดงให้เห็นว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดาที่มากลัวใครง่ายๆ การที่พระเอกเดินนำหน้าไปโดยไม่หันกลับมามองเลย ยิ่งทำให้รู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ตอนนี้ตึงเครียดแค่ไหน การเผชิญหน้ากันในเมียเก่าสุดแกร่ง พิชิตใจซีอีโอ ครั้งนี้คงไม่จบง่ายๆ แน่นอน
เรื่องราวทั้งหมดดูเหมือนจะหมุนรอบหลุมศพของ 'ฉิน หวานจือ' ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างพระเอกและนางเอก การที่ทั้งคู่มาเจอกันที่นี่และตามกันไปจนถึงที่ทำงาน บ่งบอกว่าเรื่องยังไม่จบแค่นี้ สายตาที่นางเอกมองพระเอกตอนท้ายเรื่องผสมผสานระหว่างความหวังและความเจ็บปวด ทำให้คนดูอยากรู้ต่อทันทีว่าจริงๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ระหว่างพวกเขามีอะไรซ่อนอยู่บ้างในเมียเก่าสุดแกร่ง พิชิตใจซีอีโอ
ฉากเปิดเรื่องในสุสานช่างกดดันและเต็มไปด้วยปริศนา หญิงสาววางดอกไม้หน้าหลุมศพชื่อ 'ฉิน หวานจือ' ด้วยแววตาที่ดูซับซ้อน ไม่ใช่แค่ความโศกเศร้า แต่เหมือนมีความแค้นซ่อนอยู่ การปรากฏตัวของพระเอกที่ตามมาพร้อมช่อดอกไม้สีขาว สร้างบรรยากาศตึงเครียดทันที เหมือนทั้งคู่มีปมบางอย่างร่วมกันที่เกี่ยวกับผู้ตาย เรื่องราวในเมียเก่าสุดแกร่ง พิชิตใจซีอีโอ ดูจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเห็นปฏิกิริยาของตัวละครที่เปลี่ยนไปมา