ชอบฉากที่เขานั่งลงบนเก้าอี้ตัวนั้นมาก มันเหมือนเป็นการประกาศศักดาว่าตอนนี้ใครคือผู้คุมเกมจริงๆ ในเพลิงรักสุมแค้น การเปลี่ยนจากยืนเป็นนั่งทำให้เขาดูมีอำนาจเหนือกว่าทุกคนในห้องทันที สายตาที่มองไปรอบๆ อย่างท้าทาย บวกกับรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อย บอกเลยว่าตัวละครนี้ร้ายลึกมาก ใครที่คิดว่าจะดูถูกเขาได้คงต้องคิดใหม่แล้วล่ะ
สิ่งที่ทำให้เพลิงรักสุมแค้น น่าสนใจไม่ใช่แค่ตัวเอก แต่คือปฏิกิริยาของคนรอบข้างที่เปลี่ยนไปมาตามสถานการณ์ จากที่เคยดูถูกเหยียดหยาม กลับกลายเป็นต้องก้มหัวให้เมื่อเห็นอำนาจที่แท้จริง สีหน้าของพนักงานแต่ละคนที่เปลี่ยนจากความเหยียดหยามเป็นความกลัวและความประหลาดใจ สะท้อนสังคมในที่ทำงานได้ดีมาก ดูแล้วรู้สึกสะใจแทนตัวละครหลักที่ในที่สุดได้ทวงคืนความยุติธรรม
ฉากนี้ในเพลิงรักสุมแค้น พิสูจน์แล้วว่าคำพูดไม่จำเป็นเสมอไป การที่เธอยืนนิ่งๆ ไม่พูดอะไรเลย แต่กลับทำให้ทุกคนในห้องเงียบกริบ มันทรงพลังกว่าการตะโกนด่าทอเสียอีก สายตาที่มองตรงไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น บวกกับท่าทางที่มั่นใจ ทำให้รู้ว่าเธอเตรียมแผนการบางอย่างไว้แล้ว ความเงียบในฉากนี้คือเสียงที่ดังที่สุดและน่าจดจำที่สุดของเรื่องนี้เลย
ดูเพลิงรักสุมแค้น แล้วต้องยอมรับว่าการเล่นกับจิตวิทยาคนดูทำได้ยอดเยี่ยมมาก การสลับมุมมองระหว่างคนที่ถูกกระทำกับคนที่กำลังคุมเกม ทำให้เราเข้าใจอารมณ์ของทั้งสองฝ่าย ฉากที่เขายิ้มอย่างพอใจในขณะที่คนอื่นยังงงๆ อยู่ มันสื่อถึงความเหนือชั้นในการวางแผน เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ความดราม่า แต่ยังมีชั้นเชิงของการต่อสู้ทางความคิดที่ทำให้เราต้องลุ้นทุกวินาทีว่าใครจะชนะ
ฉากเปิดเรื่องในเพลิงรักสุมแค้น ช่างน่าทึ่งมากเมื่อเธอเดินเข้ามาด้วยชุดสีเขียวน้ำตาลที่ดูสง่างาม ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของพนักงานทุกคน การแสดงออกทางสีหน้าของเธอที่นิ่งสงบแต่แฝงไปด้วยพลังอำนาจ ทำให้รู้ว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดจนแทบจะหายใจไม่ออก การกลับมาครั้งนี้คงไม่ธรรมดาแน่นอน