ฉากเปิดเรื่องด้วยเฮลิคอปเตอร์ตกและระเบิดช่างน่าตื่นเต้นมาก แต่พอตัดมาที่สนามบาสกลับกลายเป็นเรื่องราวชีวิตประจำวันธรรมดาๆ จนพระเอกฟื้นขึ้นมาแล้วดูเหมือนจะมีความทรงจำซ้อนทับ การเปลี่ยนโทนเรื่องแบบนี้ทำให้คนดูอย่างเราต้องตั้งหลักใหม่หมดเลย แต่พอเห็นชื่อเรื่อง เทพยัดห่วงร่างจิ๋ว ก็พอจะเดาได้ว่าคงมีอะไรแฟนตาซีซ่อนอยู่แน่ๆ
ชอบฉากที่พระเอกกับตัวร้ายดวลกันบนสนามบาสมาก มันไม่ใช่แค่การเล่นกีฬาธรรมดาแต่ดูเหมือนการต่อสู้ของสองจิตวิญญาณ ฉากที่พระเอกฟื้นขึ้นมาแล้วมองมือตัวเองเหมือนไม่เชื่อว่าเป็นร่างกายนี้จริงๆ แสดงออกทางสีหน้าได้ดีมาก คนดูอย่างเราแทบจะรู้สึกถึงความสับสนนั้นไปด้วยเลย
ตอนท้ายเรื่องนี่คือพีคมาก! จากสนามบาสธรรมดาๆ กลายเป็นสนามประลองพลังพิเศษ มีทั้งมังกรทองและวิญญาณนักรบโผล่มา ฉากสโลว์โมชั่นตอนกระโดดชู้ตลูกบาสพร้อมเอฟเฟกต์นี่คืองานภาพระดับภาพยนตร์เลย ใครที่ดู เทพยัดห่วงร่างจิ๋ว แล้วไม่ตื่นเต้นฉากนี้ถือว่าพลาดมากจริงๆ
ชอบการแสดงของนักแสดงนำมาก โดยเฉพาะฉากที่เขาล้มลงแล้วฟื้นขึ้นมาใหม่ สีหน้าความสับสน ความเจ็บปวด และความมุ่งมั่นมันสื่อออกมาทางสายตาได้ชัดเจนมาก เพื่อนๆ ที่ยืนดูอยู่ข้างๆ ก็แสดงปฏิกิริยาได้สมจริง ทำให้เรารู้สึกเหมือนยืนอยู่ในสนามบาสกับพวกเขาเลย
เรื่องนี้น่าสนใจตรงที่ผสมแนวแอคชั่น ดราม่า และแฟนตาซีเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว ฉากเปิดเรื่องเหมือนหนังภัยพิบัติ กลางเรื่องเป็นดราม่ากีฬา ตอนจบกลายเป็นแฟนตาซีแนวมหากาพย์ การเล่าเรื่องแบบนี้ทำให้คนดูไม่เบื่อเลยแม้แต่นิดเดียว และทำให้เราอยากติดตาม เทพยัดห่วงร่างจิ๋ว ต่อทันที
ฉากที่พระเอกนอนร้องไห้บนพื้นสนามบาสนี่คือฉากที่กินใจมาก น้ำตาที่ไหลออกมาพร้อมกับความเจ็บปวดทางกายและใจมันสื่อออกมาได้ชัดเจนมาก ทำให้เราเข้าใจเลยว่าเขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง การแสดงฉากนี้ของนักแสดงนำทำให้เรารู้สึกสะเทือนใจไปด้วยเลย
ชอบการพัฒนาตัวละครในเรื่องนี้มาก จากคนที่ดูเหมือนจะแพ้กลายเป็นคนที่กล้าต่อสู้อีกครั้ง ฉากที่เขาลุกขึ้นมาแล้วมองคู่แข่งด้วยสายตาที่มุ่งมั่นมันแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงภายในตัวละคร การเล่าเรื่องแบบนี้ทำให้เราเอาใจช่วยเขาตลอดทั้งเรื่องเลย
ต้องชมผู้กำกับเรื่องงานภาพและมุมกล้องมาก โดยเฉพาะฉากสโลว์โมชั่นตอนกระโดดชู้ตลูกบาส และฉากที่เอฟเฟกต์โผล่ออกมา มุมกล้องที่เลือกใช้ทำให้ฉากเหล่านั้นดูอลังการมากขึ้นไปอีก ใครที่ชอบงานภาพสวยๆ ต้องไม่พลาด เทพยัดห่วงร่างจิ๋ว เรื่องนี้เลย
เสียงเพลงและเสียงประกอบในเรื่องนี้เลือกมาใช้ได้ลงตัวมาก โดยเฉพาะฉากแอคชั่นที่เสียงเพลงเร่งจังหวะให้ตื่นเต้นขึ้น และฉากดราม่าที่เสียงเพลงช้าลงทำให้เรารู้สึกสะเทือนใจมากขึ้น การเลือกใช้เสียงประกอบแบบนี้ทำให้เรื่องน่าติดตามมากขึ้นไปอีก
เรื่องนี้ให้ข้อคิดดีๆ เกี่ยวกับความมุ่งมั่นและการไม่ยอมแพ้ แม้จะล้มลงกี่ครั้งก็ต้องลุกขึ้นมาสู้ใหม่ เหมือนที่พระเอกในเรื่องทำ ฉากสุดท้ายที่เขาสู้กับคู่แข่งด้วยพลังทั้งหมดที่มีมันทำให้เราเข้าใจเลยว่าความมุ่งมั่นสำคัญแค่ไหน ดูแล้วได้กำลังใจดีๆ กลับไปแน่นอน
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม