ฉากเปิดเรื่องในเรือนโบราณที่แสงแดดสาดส่องลงมาบนพื้นไม้ สร้างบรรยากาศลึกลับน่าค้นหา การที่ซูเจาจ้าวหยิบกระจกเก่าขึ้นมาแล้วเกิดภาพหลอนย้อนอดีต เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนดูติดหนึบทันที เรื่องราวในเทพธิดาจากกระจก ดำเนินไปอย่างรวดเร็วแต่ไม่เร่งรีบเกินไป ทำให้เราอินกับตัวละครได้ง่ายมาก
ฉากที่แม่ทัพฮั่นฟู่เจียงร้องไห้และก้มหน้าลงกับพื้นดินโคลน แสดงให้เห็นถึงความพ่ายแพ้และความสิ้นหวังได้อย่างลึกซึ้ง ใบหน้าที่เปื้อนเลือดและน้ำตาของเขาสื่ออารมณ์ออกมาได้รุนแรงมาก จนคนดูอย่างเราต้องกลั้นหายใจตาม ฉากนี้ในเทพธิดาจากกระจก คือจุดพีคที่ทำให้หัวใจสลายจริงๆ
ฉากสงครามกลางคืนที่มีแสงจันทร์เต็มดวงส่องสว่าง ตัดกับเปลวไฟที่ลุกโชนสร้างความสวยงามแต่โหดร้ายในเวลาเดียวกัน ท่าทางของเป่ยจ้าวหานที่ถือดาบขึ้นฟ้าพร้อมเลือดที่ไหลอาบหน้า แสดงถึงความกล้าหาญที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำฉากแอ็คชั่นได้สมจริงมาก
การตัดสลับระหว่างหญิงสาวในยุคปัจจุบันกับเรื่องราวในอดีตทำได้ดีมาก โดยเฉพาะตอนที่เธอเอาน้ำราดใส่กระจกแล้วภาพเปลี่ยนไปทันที มันทำให้เรารู้สึกว่าสองโลกนี้เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ การแสดงของซูเจาจ้าวที่ตกใจและสับสนทำให้เราเอาใจช่วยเธอในทุกจังหวะของเทพธิดาจากกระจก
ชอบฉากที่เลือดหยดลงบนกระจกแล้วเกิดแสงสว่างวาบขึ้นมา มันเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของการปลุกพลังบางอย่างให้ตื่นขึ้น การออกแบบเครื่องแต่งกายและอาวุธในยุคนั้นก็ละเอียดอ่อนมาก โดยเฉพาะเกราะของเป่ยจ้าวหานที่ดูหนักและสมจริง ทำให้เราเชื่อในตัวละครทันทีที่เห็น
ฉากที่ชาวบ้านยืนเรียงแถวรอรับน้ำและอาหารด้วยสีหน้าหิวโหยและหมดหวัง สะท้อนให้เห็นถึงความทุกข์ยากในยามสงครามได้ดีมาก โดยเฉพาะภาพของผู้เฒ่าที่ก้มหน้าร้องไห้และเด็กน้อยที่ยิ้มทั้งที่หน้าเปื้อนดิน มันช่างเป็นภาพที่บีบหัวใจคนดูอย่างเราจริงๆ ในเทพธิดาจากกระจก
แม้จะไม่ได้ยินเสียงแต่สีหน้าและแววตาของฮั่นฟู่เจียงตอนที่ตะโกนสั่งการลูกน้อง สื่อถึงความเด็ดขาดและความรับผิดชอบที่มีต่อกองทัพได้อย่างชัดเจน การแสดงออกทางสีหน้าที่เปลี่ยนจากโกรธเป็นเศร้าในพริบตา แสดงให้เห็นถึงภาระหนักอึ้งที่เขากำลังแบกรับอยู่
กระจกบานนี้ไม่ใช่แค่เครื่องประดับธรรมดา แต่ดูเหมือนจะเป็นกุญแจสำคัญที่เชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกัน รอยร้าวที่ปรากฏบนกระจกอาจหมายถึงรอยร้าวในชะตาชีวิตของตัวละครแต่ละคน การที่ซูเจาจ้าวพยายามทำความสะอาดมันอาจเป็นการพยายามแก้ไขอดีตก็เป็นได้
ตอนจบที่หญิงสาวรับโทรศัพท์แล้ววิ่งออกไปทิ้งให้เราสงสัยว่าเธอจะจัดการกับสิ่งที่เห็นในกระจกอย่างไร การที่เธอตกลงไปในน้ำหรือกระจกอาจเป็นการเดินทางข้ามเวลาอีกครั้งหนึ่งก็เป็นได้ เทพธิดาจากกระจก ทิ้งท้ายไว้ได้อย่างน่าสนใจมาก ทำให้เราอยากดูต่อทันที
แสงและเงาในเรื่องนี้ทำออกมาได้ดีมาก ทั้งแสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่างไม้ในยุคปัจจุบัน และแสงไฟจากคบเพลิงในยุครบรา สร้างมิติให้กับเรื่องราวได้เป็นอย่างดี เสียงประกอบที่เงียบสงบแต่เต็มไปด้วยความตึงเครียดทำให้เราจมไปกับเรื่องราวอย่างเต็มที่
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม