ฉากเปิดมาด้วยโรงงานร้างที่เปียกปอนไปด้วยฝน บรรยากาศมืดหม่นทำให้ใจหดหู่ทันทีเลย หนุ่มผมทองที่ถูกมัดไว้ดูสิ้นหวังแต่สายตายังดื้อรั้น ชอบรายละเอียดหยดน้ำที่ไหลลงมาตามหน้ามาก ดูแล้วลุ้นแทนเขาจริงๆ ในเรื่อง เชื่องนัก หมาเด็กของผม ฉากนี้ทำออกมาได้สมจริงจนขนลุก อยากทราบต่อไปว่าเขาจะรอดไหม ใครเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้กันแน่
ตัวละครชายผมเงินในชุดสูทเดินเข้ามาอย่างมั่นใจ ท่าทางดูอันตรายและเย่อหยิ่งมาก เดินแต่ละก้าวเหยียบน้ำขังบนพื้น เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังชัดเจนสร้างความกดดันได้ยอดเยี่ยม การแสดงสีหน้าตอนเขาโน้มตัวเข้าไปใกล้ช่างน่ากลัวจริงๆ ดูแล้วรู้สึกหนาวสันหลังเลย เชื่องนัก หมาเด็กของผม สร้างตัวละครร้ายได้มีเสน่ห์มาก อยากให้รู้ว่าเขามีแผนอะไรต่อไปกับหนุ่มผมทองคนนี้
ชอบมุมกล้องที่จับรายละเอียดมือที่ถูกมัดด้วยเชือกป่าน เห็นรอยถลอกและเหงื่อที่มือชัดเจนมาก แสดงถึงความทุกข์ทรมานได้ดีโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลย หนุ่มผมทองกัดฟันสู้ทั้งที่อยู่ในสถานะเสียเปรียบ ฉากนี้สื่ออารมณ์ได้ทรงพลังมากที่สุดในตอนแรกๆ ของ เชื่องนัก หมาเด็กของผม คนดูอย่างเราๆ ก็รู้สึกเจ็บแทนเขาเลย อยากให้หลุดพ้นจากตรงนี้เร็ว ๆ
การปรากฏตัวของชายผมชมพูพร้อมแก้วกาแฟสร้างความประหลาดใจมาก ในสถานการณ์ตึงเครียดแบบนี้เขากลับดูสบายๆ เหมือนไม่เกี่ยวข้องอะไรเลย ท่าทางเย็นชาแต่ซ่อนเงื่อนงำบางอย่างไว้ ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่อง เชื่องนัก หมาเด็กของผม เลยก็ว่าได้ อยากรู้ว่าเขาจะมาช่วยหรือมาซ้ำเติมกันแน่ ความลึกลับนี้ทำให้ต้องติดตามต่อทันที
ความสัมพันธ์ระหว่างสามคนนี้น่าสนใจมาก ชายผมเงินดูเป็นเจ้ากี้เจ้าการ ส่วนชายผมชมพูดูเป็นผู้ควบคุมสถานการณ์อีกชั้นหนึ่ง ส่วนหนุ่มผมทองคือเหยื่อตรงกลาง แต่สายตาดูเหมือนรู้จักกันมาก่อน ฉากการยื่นโทรศัพท์ให้ดูตอนท้ายทำให้สงสัยหนักมาก เชื่องนัก หมาเด็กของผม เล่นกับจิตวิทยาคนดูได้ดีมาก อยากทราบความจริงเบื้องหลังการจับกุมครั้งนี้จริงๆ
งานภาพและแสงสีในฉากนี้สวยงามมาก แสงไฟสลัวๆ ในโรงงานเก่าสะท้อนกับพื้นน้ำสร้างมิติได้ดีเยี่ยม ฝนที่ตกข้างนอกเสริมอารมณ์เศร้าและโดดเดี่ยวให้ตัวละครได้เป็นอย่างดี ดูแล้วรู้สึกจมไปกับบรรยากาศจริงๆคุณภาพการผลิตของ เชื่องนัก หมาเด็กของผม ไม่แพ้หนังใหญ่เลย ทุกเฟรมเหมือนภาพวาดที่มีชีวิต ชื่นชมทีมสร้างมากจริงๆ
ฉากที่ชายผมเงินยิ้มเยาะตอนคุยกับชายผมชมพูทำให้รู้ว่าพวกเขาน่าจะร่วมมือกันบางอย่าง รอยยิ้มนั้นดูน่ากลัวกว่าการด่าทอเสียอีก หนุ่มผมทองคงรู้สึกโดดเดี่ยวมากที่ถูกทิ้งไว้ตรงนั้นคนเดียว ท่าทางหมดแรงแต่ยังพยายามประคองตัวนั่งอยู่ได้แสดงถึงความเข้มแข็งภายในใจ เชื่องนัก หมาเด็กของผม สื่อสารผ่านภาษากายได้ยอดเยี่ยมมาก ไม่ต้องพูดก็รู้เรื่อง
รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นหยดน้ำที่ปลายผมหรือความเปียกของเสื้อผ้าทำให้ฉากดูสมจริงมาก ไม่ใช่แค่ฉากแสดงธรรมดาแต่ดูเหมือนเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นเลย ฝนตกหนักขนาดนั้นแต่ชายผมชมพูยังแต่งตัวเนี้ยบมาก แสดงถึงสถานะที่แตกต่างชัดเจน ใน เชื่องนัก หมาเด็กของผม การแต่งตัวบอกสถานะตัวละครได้ดีมาก ชอบการออกแบบคอสตูมมากๆ
ตอนจบที่ชายผมชมพูหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วโชว์ให้ดูช่างเป็นคลิฟแฮงเกอร์ที่เจ็บปวดมาก หน้าจอโทรศัพท์นั้นคืออะไรกันแน่ เป็นหลักฐานหรือเป็นคำขู่กันแน่ หนุ่มผมทองมองด้วยสายตาที่ซับซ้อนมาก ทั้งโกรธทั้งเศร้าปนกัน ฉากนี้ทำให้ต้องกดดูตอนต่อไปทันทีเลย เชื่องนัก หมาเด็กของผม รู้วิธีทำให้คนดูติดหนึบมากจริงๆ รอไม่ไหวแล้วอยากดูต่อ
โดยรวมแล้วฉากนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียดและการต่อสู้ทางอำนาจ แม้หนุ่มผมทองจะถูกมัดแต่ดูเหมือนเขายังมีไพ่ใบสุดท้ายอยู่ในมือบางอย่าง สายตาที่มองตอบกลับไปตอนท้ายบอกเลยว่าเรื่องยังไม่จบง่ายๆ ชอบพล็อตเรื่องที่หักมุมตลอดเวลาของ เชื่องนัก หมาเด็กของผม มาก เป็นซีรีส์ที่คาดเดาไม่ได้เลยสักนิดเดียว น่าติดตามสุดๆ