ฉากเปิดเรื่องในทะเลทรายช่างกดดันสุดๆ วอห์น คิงส์ลีย์ เดินออกมาจากคุกด้วยท่าทางนิ่งสงบ แต่สายตาแฝงความเจ็บปวด การที่เขาใช้ไพ่ฆ่าศัตรูได้เฉียบขาดเหมือนมีดโกน แสดงให้เห็นว่าสามปีในนั้นไม่ได้ทำให้เขาอ่อนแอลงเลย กลับกลายเป็นปีศาจที่ควบคุมเกมได้ทั้งหมด เกมทรยศ เรื่องนี้เดินเรื่องเร็วมาก ไม่มีการพูดเยอะแต่สื่ออารมณ์ผ่านแอคชั่นได้ทรงพลัง
ย้อนกลับไปสามปีก่อน ฉากที่ ไซลาส คิงส์ลีย์ ร้องไห้แทบขาดใจต่อหน้าพ่อแม่ช่างน่าใจหาย เขาถูกใส่ร้ายและต้องติดคุกทั้งที่บริสุทธิ์ สายตาของ เธน และ เอเลนอร์ ที่มองลูกชายด้วยความเป็นห่วงแต่ทำอะไรไม่ได้ มันบีบหัวใจคนดูมาก การตัดสลับระหว่างอดีตที่โหดร้ายกับปัจจุบันที่ วอห์น กลับมาแก้แค้น ทำให้เห็นพัฒนาการของตัวละครที่เปลี่ยนจากความอ่อนแอเป็นความดุดัน
ต้องยอมรับว่างานภาพและมุมกล้องในเรื่องนี้ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะฉากที่ วอห์น โยนไพ่ใส่คอศัตรู เลือดสาดกระจายดูสมจริงและน่ากลัวสุดๆ การต่อสู้ในทะเลทรายที่มีแสงแดดจัดเป็นแบ็คกราวด์ ช่วยเพิ่มมิติความดิบเถื่อนให้กับเนื้อเรื่อง ใครที่ชอบแนวแอคชั่นระทึกใจต้องไม่พลาด เกมทรยศ ทำออกมาได้ดีเกินคาดจริงๆ
ความสัมพันธ์ระหว่าง เธน คิงส์ลีย์ กับลูกชายดูมีความลับซ่อนอยู่เยอะมาก ท่าทางของเขาในฉากที่ตำรวจมาจับกุมดูเย็นชาเกินไปสำหรับพ่อที่รักลูก หรือเขาอาจจะมีแผนอะไรบางอย่าง? ส่วน เอเลนอร์ ก็ดูจะรู้เห็นเป็นใจกับการถูกใส่ร้ายนี้บ้างไม่มากก็น้อย ปมดราม่าครอบครัวนี้ทำให้เรื่องน่าสนใจขึ้นมาก ไม่ใช่แค่การต่อสู้ธรรมดาแต่เป็นการต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจ
จากเด็กหนุ่มผู้บริสุทธิ์ใน ฉากย้อนอดีต สู่ชายหนุ่มผู้เย็นชาในปัจจุบัน วอห์น คิงส์ลีย์ แสดงให้เห็นถึงทักษะการเอาตัวรอดที่น่าทึ่ง การใช้ไพ่เป็นอาวุธแทนปืนแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ต้องการพึ่งพาความรุนแรงแบบธรรมดา แต่ใช้สติปัญญาและความแม่นยำเข้าสู้ ฉากที่เขาเดินผ่านศพศัตรูโดยไม่หันหลังกลับ ช่างเท่และดูลึกลับน่าค้นหาสุดๆ
การเลือกสถานที่ถ่ายทำในทะเลทรายโล่งๆ ที่มีคุกตั้งอยู่โดดเดี่ยว ช่วยสร้างบรรยากาศความสิ้นหวังและความอันตรายได้ดีมาก แสงแดดที่จ้าจนแสบตาตัดกับเงามืดของตัวละคร ทำให้รู้สึกถึงความร้อนระอุทั้งกายและใจ ฉากไล่ล่าและการยิงกันท่ามกลางฝุ่นทรายทำให้คนดูรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริงเลย เกมทรยศ เลือกโลเคชั่นได้ตรงใจมาก
สามปีที่ วอห์น ต้องทนทุกข์ในคุกคงเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความแค้น การที่เขาออกมาแล้วไม่เสียเวลาแม้แต่จะพูดพร่ำทำเพลง แต่ลงมือจัดการศัตรูทันที แสดงให้เห็นว่าเขาวางแผนมาอย่างดีแล้ว ทุกการเคลื่อนไหวมีเป้าหมายชัดเจน การแก้แค้นครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อล้างมลทินให้ครอบครัวและคนที่เขารัก
ชอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในเรื่องมาก เช่น ฉากที่ วอห์น จุดบุหรี่ด้วยไฟแช็กเก่าๆ มันสื่อถึงอดีตที่เขาเคยมีชีวิตปกติ หรือฉากที่ไพ่ปลิวในลมก่อนจะพุ่งเข้าใส่ศัตรู มันดูสวยงามแต่ตายหยด การออกแบบตัวละครศัตรูที่ใส่สูทดำดูเป็นผู้ดีแต่จริงๆ แล้วโหดเหี้ยม ก็เป็นการเสียดสีสังคมได้ดีมาก
ตอนจบของคลิปนี้ทิ้งปมไว้ให้คนดูตามต่อเยอะมาก วอห์น ยืนถือปืนจ้องมาที่กล้องด้วยสายตาที่ว่างเปล่า เขาจะเดินหน้าล้างแค้นต่อไปไหม? หรือจะมีใครมาหยุดเขา? พ่อแม่ของเขาจะออกมาช่วยหรือจะกลายเป็นศัตรู? เรื่องราวของ เกมทรยศ ยังอีกยาวไกล และฉันพร้อมจะติดตามทุกตอนเพื่อรู้ว่าสุดท้ายแล้วใครจะเป็นผู้ชนะในเกมนี้
แม้จะไม่ได้ยินเสียงแต่จินตนาการได้ว่าดนตรีประกอบในเรื่องนี้ต้องเร้าใจมากๆ โดยเฉพาะฉากแอคชั่นที่ต้องมีจังหวะกลองและเสียงเครื่องสายที่ตึงเครียดมาช่วยเสริมอารมณ์ การตัดต่อที่รวดเร็วสลับกับฉากช้าๆ ในบางจังหวะ ช่วยสร้างจังหวะการหายใจให้คนดูไม่เหนื่อยจนเกินไป เป็นงานโปรดักชั่นที่ใส่ใจทุกรายละเอียดจริงๆ
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม