ฉากแรกที่ชายชุดแดงปรากฏตัวขึ้นมานั้นสร้างความประทับใจได้มากทีเดียว แม้ร่างกายจะถูกโซ่ขนาดใหญ่ล่ามไว้จนแทบขยับไม่ได้ แต่สายตาสีแดงฉานกลับแสดงออกถึงความดุร้ายที่ไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา เลือดที่ไหลซึมตามใบหน้ายิ่งเสริมให้ดูน่าเกรงขามมากขึ้นไปอีก การออกแบบตัวละครนี้สื่อถึงพลังที่ถูกกดทับไว้และพร้อมจะระเบิดออกมาเมื่อไหร่ก็ได้ คนดูอย่างเราๆก็แทบจะกลั้นหายใจรอจังหวะนั้นเลยจริงๆ ใน เกิดใหม่เป็นราชาอสูร ล้างแค้นวันสิ้นโลก
บรรยากาศในห้องควบคุมที่เต็มไปด้วยหน้าจอสีฟ้าตัดกับฉากภายนอกที่กำลังลุกไหม้ได้อย่างน่าสนใจ ชายชุดเสื้อคลุมยาวที่ยืนสั่งการดูเหมือนจะรู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด สายตาของเขาดูเย็นชาและคำนวณทุกขั้นตอนอย่างละเอียดอ่อน ความขัดแย้งระหว่างเทคโนโลยีทันสมัยกับพลังโบราณเป็นจุดขายหลักที่ทำให้เนื้อเรื่องดูมีมิติมากขึ้นเรื่อยๆ ติดตามต่อใน เกิดใหม่เป็นราชาอสูร ล้างแค้นวันสิ้นโลก ได้เลย
ตัวละครหญิงชุดเครื่องแบบทหารนั้นดูมีความเด็ดขาดไม่น้อยหน้าใคร แม้จะยืนอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดแต่สีหน้ายังคงนิ่งสงบ สายตาคมกริบภายใต้หมวกแก๊ปสีดำสื่อถึงความเป็นมืออาชีพที่สูงมาก การที่เธอสามารถยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับชายชุดสูทได้อย่างเท่าเทียมแสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญที่ไม่ใช่แค่ตัวประกอบธรรมดา ใครเห็นฉากนี้ต้องรู้สึกชื่นชมในความเท่แน่นอน ใน เกิดใหม่เป็นราชาอสูร ล้างแค้นวันสิ้นโลก
กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ในชุดขาวดูจะซ่อนความลับบางอย่างไว้เบื้องหลังแว่นตาหนาเตอะ โดยเฉพาะนักวิทยาศาสตร์หญิงที่ปรับแว่นแล้วแสดงสีหน้าตกใจสุดขีด นั่นคงเป็นสัญญาณว่าผลลัพธ์ที่ออกมาเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ بكثير การทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่พัวพันกับพลังเหนือธรรมชาติมักนำมาซึ่งหายนะเสมอ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นที่สุดเช่นกัน ใน เกิดใหม่เป็นราชาอสูร ล้างแค้นวันสิ้นโลก
ฉากหลังที่เป็นสวนสนุกกำลังไฟไหม้กับชิงช้าสวรรค์ที่เอียงกระเท่เร่สร้างบรรยากาศวันสิ้นโลกได้สมบูรณ์แบบมาก สีแดงของท้องฟ้าตัดกับเปลวเพลิงทำให้รู้สึกถึงความร้อนระอุที่แทบจะลุกไหม้มาถึงหน้าจอ การเลือกสถานที่แบบนี้สื่อถึงความสุขที่ถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ เป็นฉากหลังที่โหดร้ายแต่สวยงามในเวลาเดียวกันสำหรับฉากต่อสู้ครั้งสำคัญ ใน เกิดใหม่เป็นราชาอสูร ล้างแค้นวันสิ้นโลก
ชายชราผมขาวที่มีหนวดเครายาวดูน่าเคารพแต่ก็แฝงไปด้วยอันตราย ถือไม้เท้าและพกเครื่องรางสีม่วงที่ดูเหมือนจะมีพลังมหาศาล การที่ท่านหยิบเลือดของตัวเองออกมาเพื่อกระตุ้นพลังบางอย่างแสดงถึงการเสียสละหรืออาจจะเป็นพิธีกรรมโบราณบางอย่าง ท่าทางที่สงบนิ่งท่ามกลางความวุ่นวายทำให้รู้ว่านี่คือตัวจริงเสียงจริงที่ไม่ควรท้าทายเด็ดขาด ใน เกิดใหม่เป็นราชาอสูร ล้างแค้นวันสิ้นโลก
ฉากที่ชายร่างกำยำมีรอยสักสีแดงเปลี่ยนร่างเป็นอสูรยักษ์นั้นทำออกมาได้ยิ่งใหญ่อลังการมาก กล้ามเนื้อที่ขยายตัวขึ้นพร้อมกับแสงสีแดงที่วิ่งไปทั่วร่างกายสื่อถึงพลังที่ควบคุมได้ยาก เสียงคำรามที่ดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเขี้ยวเล็บที่แหลมคมทำให้ศัตรูต้องเกรงกลัว การแปลงร่างนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามต้องตั้งรับอย่างหนักหน่วง ใน เกิดใหม่เป็นราชาอสูร ล้างแค้นวันสิ้นโลก
ดาบสีม่วงที่ปล่อยไฟฟ้ากับระฆังโบราณที่ลอยได้คือไอเทมที่ดูขลังและมีพลังมาก ดีไซน์ของอาวุธทั้งสองชิ้นมีความละเอียดอ่อนและดูอันตรายในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะรอยสลักอักษรโบราณที่ตัวดาบที่ดูเหมือนจะผนึกพลังบางอย่างไว้ การที่อาวุธเหล่านี้ปรากฏขึ้นหมายถึงการต่อสู้ที่จริงจังที่สุดกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วจริงๆ ใน เกิดใหม่เป็นราชาอสูร ล้างแค้นวันสิ้นโลก
เมื่อทุกฝ่ายมาเจอกันที่สวนสนุกที่กำลังพังทลาย บรรยากาศความตึงเครียดพุ่งสูงขึ้นถึงจุดสูงสุด ทั้งฝ่ายมนุษย์เทคโนโลยีและฝ่ายอสูรโบราณต่างจ้องตากันไม่กระพริบ การยืนเผชิญหน้ากันแบบนี้ก่อนจะลงมือต่อสู้จริงทำให้คนดูได้ลุ้นว่าใครจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ความเงียบก่อนพายุเสมอเป็นคำที่ใช้ได้กับฉากนี้เป็นอย่างดีที่สุด ใน เกิดใหม่เป็นราชาอสูร ล้างแค้นวันสิ้นโลก
ดูเหมือนว่าเรื่องราวทั้งหมดจะเชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ว่าจะเป็นห้องทดลองหรือสนามรบต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการใหญ่ ชายชุดแดงที่ถูกจองจำอาจจะไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไป ในขณะที่ชายชุดสูทก็อาจจะไม่ใช่ผู้ดีอย่างที่เราคิด เรื่อง เกิดใหม่เป็นราชาอสูร ล้างแค้นวันสิ้นโลก เล่นกับความรู้สึกคนดูได้เก่งมาก ทำให้เราอยากติดตามตอนต่อไปทันที