ชอบวิธีเล่าเรื่องผ่านสายตาของตัวละครในอีสต์แห่งอีเดน ไม่ต้องมีบทพูดเยอะก็สื่ออารมณ์ได้หมดจด ฉากที่เขาลุกเดินจากไปทิ้งให้เธอนั่งคนเดียว มันสะท้อนความเหงาที่ใครๆ ก็เคยเจอ แต่เจ็บปวดกว่าเพราะมันคือความรักที่หมดอายุ
การแต่งกายในอีสต์แห่งอีเดน บอกเล่าความขัดแย้งได้ยอดเยี่ยม เธอในชุดขาวบริสุทธิ์พยายามรักษาความรัก ส่วนเขาในชุดดำดูเย็นชาและห่างเหิน ทุกเฟรมเหมือนภาพวาดที่บอกเล่าเรื่องราวของสองโลกที่พยายามรวมกันแต่ไม่ได้
ดูอีสต์แห่งอีเดน แล้วต้องกลั้นหายใจตามจังหวะการตัดต่อ ฉากที่เธอพยายามจับมือเขาแต่เขาดึงกลับ มันสั้นแต่เจ็บยาว การเปลี่ยนมุมกล้องจากใกล้เป็นไกลช่วยขยายความรู้สึกโดดเดี่ยวของเธอได้สมบูรณ์แบบมาก รักฉากนี้มากจริงๆ
ไม่ต้องฟังเสียงก็รู้เรื่องในอีสต์แห่งอีเดน แค่ดูแววตาของเธอก็รู้ว่ากำลังร้องไห้ข้างใน ส่วนสายตาคู่นั้นที่มองผ่านเธอไปเหมือนเธอไม่มีตัวตน มันโหดร้ายแต่จริงมาก ความรักบางครั้งก็จบลงแบบนี้จริงๆ นะ
โซฟาตัวเดิมในอีสต์แห่งอีเดน ที่เคยเป็นที่นั่งคุยกันหวานๆ กลับกลายเป็นสนามรบทางอารมณ์ ทุกครั้งที่เขาย้ายที่นั่งห่างออก มันเหมือนระยะห่างในใจที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ ฉากธรรมดาแต่ทรงพลังมาก