แค่ฉากเปิดก็ตะลึงแล้ว เมืองสีทองกับประตูยักษ์ที่ดูศักดิ์สิทธิ์มาก บรรยากาศเหมือนกำลังจะเกิดเรื่องใหญ่ ใครที่ดู อัศวินไร้มงกุฎ แล้วคงรู้สึกเหมือนกันว่างานสร้างเนี้ยบมาก แสงเงาและรายละเอียดของชุดเกราะคือที่สุดจริงๆ
ชอบโมเมนต์ที่แม่ทัพสองคนยืนเผชิญหน้ากันมาก สีชุดเกราะบอกตัวตนชัดเจน หนึ่งแดงหนึ่งน้ำเงิน การแสดงออกทางสีหน้าไม่ต้องพูดก็รู้ว่าเกลียดกันแค่ไหน เรื่อง อัศวินไร้มงกุฎ เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก
ตัวละครหนุ่มผมหยักศกที่ถือดาบใหญ่ดูเท่มาก แม้ชุดจะดูมอมแมมกว่าคนอื่นแต่สายตาเด็ดเดี่ยวมาก เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่อง อัศวินไร้มงกุฎ ที่ทำให้คนดูเอาใจช่วยเขาเป็นพิเศษ
ต้องยกนิ้วให้ทีมคอสตูม ชุดเกราะแต่ละชุดมีลวดลายไม่ซ้ำกัน โดยเฉพาะชุดทองกับอัญมณีสีแดงที่ดูหรูหราสุดๆ การเดินของทหารพร้อมเสียงเกราะกระทบกันคือความฟินของคนชอบรายละเอียด
ตอนที่แม่ทัพขี่ม้าขาวออกมาจากประตูคือช็อตที่จำไม่ลืม ม้าดูทรงพลังมากและชุดเกราะทองของนายท่านคือเข้ากันสุดๆ ฉากนี้ใน อัศวินไร้มงกุฎ ทำให้ขนลุกจริงๆ
ชอบที่เรื่องไม่โฟกัสแค่ทหาร แต่มีฉากชาวบ้านที่ยืนมองด้วยความกังวล สีหน้าพวกเขาบอกเล่าความหวาดกลัวได้ดีมาก ทำให้เรื่อง อัศวินไร้มงกุฎ ดูมีมิติและสมจริงขึ้นเยอะ
มีช็อตที่แม่ทัพชุดแดงหัวเราะออกมาทั้งที่สถานการณ์ตึงเครียดมาก ทำให้ตัวละครดูมีมิติ ไม่ใช่แค่คนดุอย่างเดียว ความขัดแย้งใน อัศวินไร้มงกุฎ ทำให้คนดูคาดเดาไม่ได้เลย
ตัวละครหญิงในชุดเกราะสีน้ำเงินที่มีสัญลักษณ์สิงโตดูเท่มาก ใบหน้ามีรอยแผลแต่สายตายังมุ่งมั่น เป็นตัวแทนผู้หญิงยุคใหม่ในเรื่อง อัศวินไร้มงกุฎ ที่ไม่แพ้ผู้ชายเลย
การถ่ายทำใช้แสงธรรมชาติได้ดีมาก แสงแดดที่ส่องผ่านประตูยักษ์ทำให้ฉากดูขลังสุดๆ ทุกเฟรมของ อัศวินไร้มงกุฎ เหมือนภาพวาดที่เคลื่อนไหวได้จริงๆ
ตอนจบที่ประตูเปิดออกแล้วมีทหารชุดดำเดินออกมาคือทิ้งปมใหญ่ไว้ให้คนดูตามต่อ อยากรู้มากว่าข้างในนั้นมีอะไร เรื่อง อัศวินไร้มงกุฎ ทำคนดูอยากดูตอนต่อไปทันที
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม