ตอนแรกเห็นรอยยิ้มของชายชุดม่วงก็คิดว่าเรื่องนี้จะเบาๆ แต่พอตัดมาที่หน้าเลือดของอัศวินหนุ่มเท่านั้นแหละ อารมณ์เปลี่ยนทันที! การเล่าเรื่องใน อัศวินไร้มงกุฎ ทำได้ดีมาก ใช้สีหน้าบอกเรื่องราวโดยไม่ต้องพึ่งคำพูดเยอะ ดูแล้วรู้สึกกดดันแทนตัวละครจริงๆ ฉากอารีน่ากว้างใหญ่ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้การเล่นใหญ่ครั้งนี้
ต้องยกนิ้วให้ตัวละครคุณปู่ผมขาวในเรื่องนี้ แกไม่ได้แค่ยืนเก๋าแต่ลงมือจริง! ฉากต่อสู้กับทหารเกราะดำคือที่สุดของความมันส์ ท่าทางคล่องแคล่วไม่แพ้หนุ่มๆ เลย การออกแบบคาแรคเตอร์ใน อัศวินไร้มงกุฎ ทำออกมาได้มีมิติมาก แค่เห็นแววตาก็รู้แล้วว่าแกผ่านอะไรมาบ้าง ดูแล้วอยากเอาใจช่วยแกทุกวินาทีเลย
ฉากที่ชายชุดดำยืนเคียงข้างคุณปู่แล้วถูกดาบจ่อคอ มันสื่อถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งมาก ไม่ต้องพูดอะไรก็รู้ว่าพวกเขาร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาแค่ไหน เนื้อเรื่องใน อัศวินไร้มงกุฎ เล่นกับอารมณ์คนดูเก่งมาก ฉากนี้ทำเอาจุกอกเลย ความภักดีที่มีให้กันมันช่างหาได้ยากในโลกความจริง ดูแล้วซึ้งจนน้ำตาจะไหล
ชอบมากที่ฉากต่อสู้ในเรื่องนี้ไม่มีการตัดต่อมั่วซั่ว แต่โชว์ทักษะการฟันดาบและการหลบหลีกอย่างชัดเจน เสียงดาบกระทบเกราะดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นตลบไปหมดทำให้รู้สึกเหมือนยืนอยู่ในสนามรบจริงๆ การนำเสนอของ อัศวินไร้มงกุฎ ให้ฟีลลิ่งเหมือนดูหนังฟอร์มยักษ์ทุกประการ โดยเฉพาะฉากที่คุณปู่เตะทหารล้มทั้งยืนคือสะใจมาก
แค่ดูจากสีหน้าของชายชุดม่วงตอนหัวเราะกับตอนโกรธ ก็รู้แล้วว่าตัวละครนี้มีปมซ่อนอยู่แน่ๆ การเปลี่ยนอารมณ์อย่างรวดเร็วทำให้คนดูสงสัยว่าเบื้องหลังเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เรื่องราวใน อัศวินไร้มงกุฎ ไม่ได้มีแค่ขาวกับดำ แต่มีความเทาของอำนาจและการหักหลังซ่อนอยู่ ดูแล้วต้องคอยจับผิดตัวละครตลอดเวลา
ต้องชมทีมอาร์ตไดเรคเตอร์จริงๆ เครื่องแต่งกายแต่ละชุดละเอียดมาก ลวดลายทองบนชุดสีม่วงหรือเกราะสีดำดูมีราคาและทรงพลัง ฉากหลังที่เป็นปราสาทสีทองขาวก็ยิ่งเสริมความยิ่งใหญ่ให้เรื่องราว ดูแล้วรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกแฟนตาซีจริงๆ ความใส่ใจในรายละเอียดของ อัศวินไร้มงกุฎ ทำให้การรับชมสนุกขึ้นเป็นสองเท่า
แม้จะเต็มไปด้วยเลือดและบาดแผล แต่แววตาของอัศวินหนุ่มในตอนท้ายกลับสื่อถึงความหวังและความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า มันเหมือนเขาพร้อมจะลุกขึ้นสู้ต่อไม่ว่าจะเจออะไรก็ตาม การพัฒนาตัวละครใน อัศวินไร้มงกุฎ ทำได้ดีมาก จากคนที่ดูอ่อนล้ากลายเป็นคนที่พร้อมจะปกป้องสิ่งที่รัก ดูแล้วรู้สึกฮึกเหิมอยากลุกไปทำอะไรสักอย่าง
ตอนจบที่ชายชุดม่วงยืนถือดาบมองคุณปู่ท่ามกลางศพทหาร มันช่างเป็นภาพที่ทรงพลังและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน ไม่รู้ว่าใครชนะหรือใครแพ้กันแน่ แต่บรรยากาศมันบอกแล้วว่าสงครามยังไม่จบง่ายๆ การทิ้งท้ายของ อัศวินไร้มงกุฎ ทำเอาคนดูต้องรอคอยตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ อยากรู้ว่าบทสรุปจะเป็นยังไงกันแน่
ฉากที่คุณปู่ถูกแสงสว่างส่องลงมาตอนท้าย มันสื่อถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่างหรืออาจจะเป็นพลังพิเศษที่ซ่อนอยู่ แสงนั้นทำให้ใบหน้าของแกดูศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขามขึ้นทันที การใส่ลูกเล่นพิเศษใน อัศวินไร้มงกุฎ ทำได้พอดีไม่เยอะเกินไปแต่เพียงพอที่จะสร้างความตื่นเต้น ดูแล้วรู้สึกขนลุกเลย อยากเห็นพลังนี้ในฉากหน้า
การดูเรื่องนี้ในแอปทำให้ได้อรรถรสเต็มที่ ภาพชัด เสียงดี และการตัดต่อที่กระชับไม่ยืดเยื้อ ทำให้เราติดตามเรื่องราวของ อัศวินไร้มงกุฎ ได้โดยไม่เบื่อเลยแม้แต่นิดเดียว ทุกฉากมีความสำคัญและขับเคลื่อนเนื้อเรื่องไปข้างหน้า ดูแล้วรู้สึกคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปจริงๆ อยากแนะนำเพื่อนๆ ให้ลองมาดูกัน
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม