ตอนเริ่มต้นเรื่องทำเอาหายใจไม่ทันเลย ซุนซานอี้วิ่งกลับบ้านมาพร้อมลูกที่หมดสติ สีหน้าของหยางเหล่ยดูตกใจและกังวลมาก บรรยากาศในบ้านอึมครึมจนรู้สึกได้ผ่านหน้าจอ ความเร่งรีบนี้บอกเล่าความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนได้ดีมาก ฉันดูในแอปแล้วรู้สึกอินสุดๆ ชื่อเรื่องอย่าง หย่ากันเถอะที่รัก ยิ่งทำให้สงสัยว่าอดีตของพวกเขาเป็นมาอย่างไร อยากทราบจุดแตกหักจริงๆค่ะ
ฉากที่ซุนซานอี้มองมือตัวเองในห้องน้ำทำให้สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เหมือนเธอเพิ่งตระหนักบางอย่างหรืออาจจะเป็นการข้ามมิติ การแสดงสีหน้าสับสนของเธอทำได้ดีมาก ไม่ต้องพูดเยอะก็สื่ออารมณ์ได้ชัด การเพิ่มมิติแฟนตาซีลงในดราม่าครอบครัวทำให้เรื่องน่าสนใจขึ้นเยอะเลย ฉันชอบจุดหักมุมแบบนี้มาก มันทำให้ไม่อยากกดข้ามแม้แต่วินาเดียว เหมือนใน หย่ากันเถอะที่รัก ที่คนดูต้องติดตาม
ภาพกระดาษวางอยู่บนโต๊ะระหว่างทั้งคู่ทำเอาจุกอกเลย หยางเหล่ยนั่งดูเหนื่อยล้า ส่วนซุนซานอี้ดูมุ่งมั่นแต่ซ่อนความเจ็บปวดไว้ การนั่งห่างกันบนโซฟาบอกระยะห่างในใจได้ชัดเจนมาก บทสนทนาต้องแหลมคมแน่ๆ ดราม่าเรื่องนี้จับความเจ็บปวดของการเลิกราได้ละเอียดอ่อนมาก ใครเคยผ่านจุดนี้จะเข้าใจความรู้สึกนี้ดีจริงๆค่ะ เหมือนใน หย่ากันเถอะที่รัก ที่สะเทือนใจ
ได้เห็นฉากเบื้องหลังและบ่อปลาคราฟแล้วรู้สึกว่ามันสวยงามแต่เศร้าปนกัน สีหน้าของซุนซานอี้กลางแจ้งดูเต็มไปด้วยเรื่องราวที่อยากบอกออกมา มันตัดกับฉากตึงเครียดในบ้านได้ดีมาก คุณภาพการผลิตถือว่าทำออกมาได้ละเอียดทุกฉาก แสงและมุมกล้องช่วยส่งเสริมอารมณ์ตัวละครได้เป็นอย่างดี ดูแล้วอยากตามต่อทันทีเลย อย่างฉากใน หย่ากันเถอะที่รัก ที่สวยงาม
ตั้งแต่ฉากวิ่งอุ้มลูกจนถึงการพูดคุยเรื่องหย่า อารมณ์ตัวละครเปลี่ยนผ่านได้ทรงพลังมาก หยางเหล่อดูเหมือนมีความเสียใจซ่อนอยู่ ส่วนซุนซานอี้แสดงออกมาอย่างเข้มแข็ง เรื่องราวทำให้คนดูติดหนึบทุกตอน แนะนำให้ดูเรื่อง หย่ากันเถอะที่รัก เลยค่ะ เพราะดราม่าเข้มข้นมาก ใครชอบแนวครอบครัวหักมุมต้องถูกใจแน่นอน