ฉากเปิดเรื่องในหนังเรื่อง หนีรักชะตานำพา ทำออกมาได้ยิ่งใหญ่และน่ากลัวมาก ภาพพายุฝนฟ้าคะนองกับลูเชียนที่ถูกตรึงไว้บนไม้กางเขนช่างดูเจ็บปวดจนใจสั่น แสงไฟฟ้าที่วิ่งผ่านตัวเขาดูเหมือนพลังที่กำลังจะระเบิดออกมา การแสดงสีหน้าของนักแสดงสื่อถึงความทรมานได้สมบูรณ์แบบ ดูแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางหิมะนั้นจริงๆ
เอลาร่าวิ่งฝ่าพายุเข้ามาหาลูเชียนด้วยชุดสีขาวเปื้อนเลือด ฉากนี้ใน หนีรักชะตานำพา เรียกน้ำตาได้ทันที ความพยายามที่จะช่วยคนรักแต่กลับถูกพลังผลักกระเด็นออกไปจนล้มลงหิมะ ช่างเป็นภาพที่โหดร้ายแต่สวยงาม การที่เธอกอดท้องตัวเองแล้วมีแสงสว่างออกมา บ่งบอกถึงบางสิ่งที่สำคัญมากที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือสูญเสียไป
ตัวละครบัลธาซาร์ที่เดินออกมาจากรั้ววังพร้อมร่มสีดำท่ามกลางหิมะตกหนัก สร้างบรรยากาศที่ลึกลับและน่าเกรงขามมาก ในเรื่อง หนีรักชะตานำพา เขาดูเหมือนผู้ควบคุมสถานการณ์ทุกอย่าง การที่เอลาร่าคลานไปกอดขาเขาทั้งที่เลือดเต็มหน้า แสดงให้เห็นถึงความสิ้นหวังอย่างที่สุด ฉากนี้ทำให้รู้สึกหนาวเหน็บไปถึงข้างในหัวใจ
การตัดภาพมาที่เจ็ดปีต่อมาใน หนีรักชะตานำพา ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมาก จากหมู่บ้านทางเหนือที่หนาวเหน็บ ไปถึงรถม้าบินได้ที่มีม้ามีปีก ช่างเป็นจินตนาการที่อลังการ การที่ลูเชียนนั่งอยู่ในรถม้ามองออกมาข้างนอกด้วยสายตาที่ว่างเปล่า บ่งบอกว่าเขาผ่านอะไรมาเยอะมาก และดูเหมือนจะยังไม่ลืมอดีต
ฉากย้อนอดีตที่เอลาร่าวิ่งยิ้มในตลาดตอนกลางวัน แสงแดดสีทองสาดส่องดูมีความสุขมาก แต่พอตัดกลับมาที่ปัจจุบันใน หนีรักชะตานำพา ที่ลูเชียนมองออกไปเห็นเด็กที่ลากรถที่มีเอลาร่าป่วยนอนอยู่ ช่างเป็นความแตกต่างที่ทำร้ายจิตใจคนดู การเปรียบเทียบระหว่างความสุขในอดีตกับความทุกข์ในปัจจุบันทำได้ดีมาก
จี้คอที่บัลธาซาร์ยื่นให้ลูเชียนในห้องนอน เป็นวัตถุที่สำคัญมากในเรื่อง หนีรักชะตานำพา สัญลักษณ์สายฟ้าดูเหมือนจะเชื่อมโยงกับพลังของลูเชียนและเอลาร่า การที่ลูเชียนกำจี้ไว้แน่นแล้วมีเลือดไหลออกมา แสดงให้เห็นว่าความทรงจำหรือพลังนั้นยังทำร้ายเขาอยู่ วัตถุชิ้นนี้น่าจะเป็นกุญแจสำคัญของเรื่อง
ราชินีเซเลสทีนที่ปรากฏตัวในห้องนอนของลูเชียน ดูเหมือนจะเป็นผู้สั่งการทุกอย่าง ใน หนีรักชะตานำพา เธอแสดงออกถึงความเย็นชาและอำนาจอย่างชัดเจน การที่เธอจ้องมองลูเชียนที่ถูกทหารกดไว้ด้วยสายตาที่ไม่มีความเมตตา ทำให้รู้ว่าเธอคือตัวการสำคัญของความทุกข์ทรมานทั้งหมด ฉากนี้ทำให้รู้สึกอึดอัดมาก
ภาพเด็กน้อยที่พยายามลากรถไม้ที่มีเอลาร่าป่วยนอนอยู่ท่ามกลางหิมะตกหนัก เป็นภาพที่สะเทือนใจที่สุดใน หนีรักชะตานำพา ใบหน้าที่เปื้อนโคลนและน้ำตาของเด็กแสดงถึงความพยายามและความสิ้นหวังอย่างที่สุด การที่เอลาร่าป่วยหนักจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้น ทำให้คนดูรู้สึกสงสารและอยากช่วยพวกเขาทันที
ฉากที่พลังไฟฟ้าวิ่งผ่านร่างกายของลูเชียนขณะถูกตรึงไว้บนไม้กางเขนใน หนีรักชะตานำพา ทำออกมาได้เทคนิคภาพดีมาก แสงสีทองที่วิ่งผ่านผิวหนังดูเหมือนพลังงานที่กำลังจะระเบิดออกมา การที่ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีทองแล้วมีแสงออกมา บ่งบอกว่าเขากำลังเข้าถึงพลังบางอย่างที่อันตรายมาก ฉากนี้ทำให้ตื่นเต้นมาก
ฉากสุดท้ายที่ประตูวังใหญ่ปิดลงช้าๆ ขณะที่เอลาร่ายืนอยู่ข้างนอกเพียงลำพังใน หนีรักชะตานำพา เป็นสัญลักษณ์ของการถูกตัดขาดจากทุกอย่างอย่างชัดเจน ภาพที่เธอค่อยๆ จางหายไปท่ามกลางหิมะและหมอก ทำให้รู้สึกเหมือนเธอถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างโดดเดี่ยว ฉากนี้ทิ้งความรู้สึกว่างเปล่าและเศร้าใจไว้มาก
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม