ดูแล้วน้ำตาไหลจริงๆ ฉากที่พระเอกกอดนางเอกในศศิส่องแค้นมันช่างเจ็บปวดเหลือเกิน สีหน้าของทั้งคู่บอกเล่าความทุกข์ทรมานโดยไม่ต้องใช้คำพูด เสื้อผ้าที่วิจิตรบรรจงยิ่งทำให้ฉากดราม่าดูหนักขึ้นไปอีก ใครที่ใจแข็งดูฉากนี้คงไม่ไหวแน่ๆ
ต้องยกนิ้วให้ทีมคอสตูมของศศิส่องแค้นจริงๆ ชุดสีแดงของนางเอกกับชุดสีดำของพระเอกเข้ากันได้ดีมาก เครื่องประดับศีรษะละเอียดทุกชิ้น แสงเงาในฉากกลางคืนช่วยขับเน้นความหรูหราของเครื่องแต่งกายให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้นไปอีก
นักแสดงนำแสดงอารมณ์ได้สุดยอดมาก โดยเฉพาะฉากที่นางเอกร้องไห้แล้วพระเอกปลอบใจ น้ำตาที่ไหลออกมาดูจริงใจมาก ไม่ใช่แค่ทำท่าทางแต่สื่อความรู้สึกออกมาทางสายตาได้ชัดเจน ศศิส่องแค้นเรื่องนี้การแสดงนำพาคนดูไปด้วย
ฉากเปิดเรื่องที่มีผู้เฒ่าเดินผ่านประตูไปสร้างบรรยากาศกดดันได้ดีมาก เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น แล้วพอตัดมาที่ฉากพระนางกอดกันยิ่งทำให้รู้สึกถึงความโศกเศร้า ศศิส่องแค้นรู้วิธีสร้างอารมณ์คนดูจริงๆ
ผู้กำกับใช้มุมกล้องใกล้ใบหน้าได้ดีมาก จับรายละเอียดน้ำตาและสีหน้าได้ชัดเจน โดยเฉพาะฉากที่พระเอกมองนางเอกด้วยสายตาเจ็บปวด กล้องซูมเข้าไปที่ดวงตาทำให้คนดูรู้สึกถึงความทุกข์ใจของตัวละครในศศิส่องแค้นอย่างลึกซึ้ง
ดูจากฉากนี้แล้วความสัมพันธ์ของทั้งคู่คงไม่ธรรมดาแน่ๆ การกอดกันแน่นขนาดนี้แสดงว่าต้องผ่านอะไรมามากมาย ศศิส่องแค้นคงมีปมดราม่าหนักมากที่ทำให้ทั้งคู่ต้องมาอยู่ในจุดนี้ อยากรู้เบื้องหลังเรื่องราวของพวกเขาจริงๆ
การจัดแสงในฉากกลางคืนทำได้ดีมาก แสงเทียนที่ส่องสว่างเบาๆ สร้างบรรยากาศโรแมนติกแต่ก็เศร้าไปด้วย สีโทนเย็นกับโทนร้อนผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ศศิส่องแค้นใส่ใจในรายละเอียดการผลิตทุกขั้นตอนจริงๆ
ฉากกอดนี้คงจะติดตาคนดูไปอีกนานเลย พระเอกที่ปกติดูเข้มแข็งกลับแสดงออกถึงความอ่อนแอออกมาได้ชัดเจน นางเอกที่ร้องไห้ก็ดูน่าสงสารมาก ศศิส่องแค้นสร้างฉากที่คนดูต้องจำไปอีกนานเลย
แม้จะไม่มีเสียงแต่ดูจากภาพแล้วคงมีดนตรีประกอบที่เศร้าสร้อยแน่ๆ จังหวะการตัดต่อภาพกับอารมณ์ของนักแสดงคงจะเข้ากับเพลงได้เป็นอย่างดี ศศิส่องแค้นคงใช้ดนตรีช่วยดึงอารมณ์คนดูให้อินไปกับเรื่องราว
ดูฉากนี้แล้วอยากรู้ว่าตอนต่อไปจะเป็นยังไง ทั้งคู่จะผ่านพ้นความทุกข์นี้ไปได้ไหม หรือจะต้องเจอกับอุปสรรคอะไรอีก ศศิส่องแค้นทิ้งปมไว้ให้คนดูติดตามต่อจริงๆ ต้องรอดูตอนต่อไปแล้วล่ะ
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม