ฉากที่นางเอกกำลังวาดลวดลายสีแดงบนแขนของหญิงสาวที่นอนป่วยนั้นช่างสะเทือนใจเหลือเกิน แสงเทียนที่ริบหรี่สะท้อนความหวังที่เลือนลาง ใบหน้าของหญิงป่วยที่ซีดเซียวกับน้ำตาของคนที่เฝ้าดูแลทำให้ใจเราหดหู่ตามไปด้วย ใน วาดรักใต้แผนลวง ฉากนี้สื่อถึงความผูกพันที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำพูดใดๆ จะบรรยายได้ ดูแล้วน้ำตาซึมจริงๆ
แค่ฉากแรกก็สัมผัสได้ถึงอำนาจและความลึกลับของ ตระกูลหลิน ในเรื่อง วาดรักใต้แผนลวง การเดินสวนกันของตัวละครหลักแต่ละคนเต็มไปด้วยนัยยะสำคัญ ชายชุดขาวดูสงบแต่แววตาซ่อนความกังวล ส่วนชายชุดน้ำเงินดูน่าเกรงขามจนน่ากลัว การวางตัวละครในเฟรมภาพทำได้ยอดเยี่ยมมาก ทำให้คนดูอยากรู้ทันทีว่าใครเป็นใครและมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
ตอนที่พระเอกตื่นจากฝันร้ายด้วยเหงื่อท่วมตัวและแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวนั้นแสดงอารมณ์ได้สุดยอดมาก มันทำให้เราสงสัยว่าเขากำลังฝันถึงอะไร หรือกำลังกังวลเรื่องอะไรใน วาดรักใต้แผนลวง การตัดสลับระหว่างฉากปัจจุบันกับภาพความทรงจำหรือความฝันทำให้เนื้อเรื่องดูมีมิติและน่าติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกวินาที
ต้องยกนิ้วให้ทีมคอสตูมของ วาดรักใต้แผนลวง เลย ชุดแต่ละตัวละเอียดและสวยงามมาก โดยเฉพาะชุดสีฟ้าอ่อนของนางเอกที่ดูอ่อนโยนแต่แฝงความเข้มแข็ง และชุดสีน้ำเงินเข้มปักลายทองของชายหนุ่มที่ดูทรงพลัง การผสมผสานสีสันและลวดลายบนเสื้อผ้าช่วยบอกเล่าสถานะและนิสัยของตัวละครได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเลยจริงๆ
ฉากในห้องที่หญิงสาวนอนป่วยนั้นสร้างบรรยากาศได้กดดันและเศร้าสร้อยมาก แสงสลัวกับเสียงเงียบสงัดทำให้เรารู้สึกถึงความสิ้นหวัง คนที่คอยป้อนยาและวาดรูปบนแขนดูมุ่งมั่นแต่ก็เจ็บปวดแทนตัวละคร ใน วาดรักใต้แผนลวง ฉากนี้ทำให้เราเห็นด้านอ่อนโยนและความเสียสละของตัวละครได้ชัดเจนที่สุดฉากหนึ่งเลย