ฉากเปิดเรื่องช่างสะกดใจเหลือเกิน เมื่อนางเงือกน้อยร้องไห้จนน้ำตาเปลี่ยนเป็นไข่มุก แสงสีฟ้าในถ้ำตัดกับความเศร้าบนใบหน้าของเธอได้อย่างลงตัว การแสดงออกทางสีตาบอกเล่าความเจ็บปวดได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด ดูในแอปเน็ตชอร์ตแล้วรู้สึกอินไปกับตัวละครมากจริงๆ บรรยากาศใต้ทะเลในเรื่อง ลิขิตรักเกล็ดมังกร ช่างงดงามและลึกลับจนอยากดำดิ่งลงไปสำรวจด้วยตัวเอง
ฉากต่อสู้ระหว่างมังกรกับพญานาคทำออกมาได้ยิ่งใหญ่มาก พลังแสงสีฟ้าปะทะกับเปลวไฟใต้ทะเล สร้างความตื่นเต้นได้ทุกระยะวินาที การออกแบบชุดเกร็ดและอาวุธดูขลังและมีพลังอำนาจจริงๆ ใครที่ชอบฉากแอ็คชั่นแฟนตาซีต้องชอบเรื่องนี้แน่นอน ลิขิตรักเกล็ดมังกร ไม่ทำให้ผิดหวังเรื่องภาพอลังการ ดูจบแล้วใจยังเต้นแรงตามจังหวะการฟาดฟันของทั้งสองฝ่าย
ตัวละครยายเฒ่าดูมีมิติมาก แค่แววตาก็บอกเล่าเรื่องราวในอดีตได้มากมาย ไม้เท้าที่มีไข่มุกส่องแสงดูขลังและทรงพลัง การที่เธอมาปลอบนางเงือกน้อยทำให้รู้ว่าเธอคือผู้ชี้นำทางที่สำคัญ ฉากที่เธอนั่งเล่าเรื่องอดีตช่างสงบแต่แฝงไปด้วยความเศร้า ดูในแอปเน็ตชอร์ตแล้วรู้สึกผูกพันกับตัวละครนี้มากจริงๆ เธอคือหัวใจสำคัญของเรื่อง ลิขิตรักเกล็ดมังกร เลยทีเดียว
บรรยากาศในเรื่องสื่อถึงความโดดเดี่ยวได้ชัดเจนมาก นางเงือกน้อยนั่งกอดเข่าอยู่ในถ้ำมืด มีเพียงแสงระยิบระยับเป็นเพื่อน ความรู้สึกถูกทอดทิ้งและความหวาดกลัวถ่ายทอดออกมาผ่านภาษากายได้อย่างยอดเยี่ยม ฉากนี้ทำให้คนดูรู้สึกจุกอกตามไปด้วยจริงๆ การดำเนินเรื่องใน ลิขิตรักเกล็ดมังกร ช้าแต่ทรงพลัง ทำให้เราได้ซึมซับอารมณ์ของตัวละครอย่างเต็มที่
เรื่องราวความขัดแย้งระหว่างสองเผ่าพันธุ์ที่ต่อสู้กันมานับร้อยปีช่างน่าติดตาม การที่ไม่มีใครชนะใครได้สะท้อนถึงความไร้ประโยชน์ของสงครามได้ดีมาก ฉากที่ทั้งสองฝ่ายปะทะกันใต้แสงลาวาช่างดุเดือดและสวยงามในเวลาเดียวกัน ดูในแอปเน็ตชอร์ตแล้วรู้สึกเหมือนได้ดูมหากาพย์ขนาดย่อมๆ เลยทีเดียว เรื่องราวใน ลิขิตรักเกล็ดมังกร มีชั้นเชิงและลึกซึ้งกว่าที่คิดไว้มาก
ทุกเฟรมในเรื่องนี้สวยเหมือนภาพวาด นางเงือกน้อยในชุดสีฟ้าอ่อนตัดกับเกล็ดสีเงินแวววาวช่างงดงามจนหายใจไม่ออก แต่ความสวยนั้นกลับแฝงไปด้วยความทุกข์ทรมานจากน้ำตาที่ไหลไม่หยุด การถ่ายทำใต้ทะเลให้แสงและเงาที่สมบูรณ์แบบมากจริงๆ ดูแล้วรู้สึกสะเทือนใจไปกับชะตากรรมของเธอในเรื่อง ลิขิตรักเกล็ดมังกร อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ฉากที่ยายเฒ่าเล่าเรื่องอดีตด้วยน้ำเสียงสั่นเครือทำให้รู้สึกถึงน้ำหนักของคำสาปที่กดทับอยู่ การที่ทั้งสองฝ่ายต้องต่อสู้กันตลอดไปโดยไม่มีวันจบสิ้นช่างน่าเศร้า ไม้เท้าวิเศษที่ส่องแสงเหมือนดวงจันทร์เป็นสัญลักษณ์ของความหวังที่ยังหลงเหลืออยู่ ดูในแอปเน็ตชอร์ตแล้วรู้สึกขนลุกกับพลังแห่งคำทำนายในเรื่องนี้จริงๆ ลิขิตรักเกล็ดมังกร ทำได้ดีมากในเรื่องการสร้างบรรยากาศขลัง
ทุกตัวละครในเรื่องนี้มีการออกแบบที่ละเอียดอ่อนมาก ตั้งแต่เกล็ดของนางเงือกที่เปลี่ยนสีตามอารมณ์ ไปจนถึงเครื่องประดับของยายเฒ่าที่ดูเก่าแก่แต่ทรงคุณค่า ชุดเกราะของนักรบมังกรก็ดูแข็งแกร่งและน่าเกรงขาม การใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทำให้เรื่อง ลิขิตรักเกล็ดมังกร ดูสมจริงและมีชีวิตชีวามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แม้จะไม่ได้ยินเสียงแต่จินตนาการได้ว่าดนตรีในเรื่องนี้ต้องไพเราะและเศร้าสร้อยมาก ฉากที่นางเงือกร้องไห้คงมีเสียงเปียโนเบาๆ คลอไปด้วย ส่วนฉากต่อสู้คงมีเสียงกลองและเครื่องสายที่เร้าใจ การตัดต่อที่เข้ากับจังหวะอารมณ์ทำให้คนดูหลงใหลไปกับเรื่องราว ดูในแอปเน็ตชอร์ตแล้วรู้สึกเหมือนได้ฟังซิมโฟนีใต้ทะเลเลยทีเดียว เรื่อง ลิขิตรักเกล็ดมังกร มีเสน่ห์ในทุกด้านจริงๆ
เรื่องราวของสองราชาที่ต่อสู้กันเพราะความถือตัวและไม่ยอมแพ้สอนให้เราเห็นว่าความอหังการนำไปสู่ความสูญเสียเพียงใด การที่ทั้งคู่ต้องติดอยู่ในวงจรแห่งความขัดแย้งตลอดไปเป็นบทเรียนที่เจ็บปวดแต่สำคัญมาก ดูแล้วทำให้กลับมาคิดเกี่ยวกับตัวเองว่าเราเคยยึดติดกับความชนะมากเกินไปหรือเปล่า เรื่องราวใน ลิขิตรักเกล็ดมังกร มีข้อคิดดีๆ แฝงอยู่มากมาย
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม