ชอบวิธีเล่าเรื่องในลิขิตฟ้าหยินหยางที่ไม่ต้องพึ่งคำพูดเยอะ แค่ท่าทางและการจัดวางตัวละครก็บอกสถานะอำนาจได้ชัดเจน นางเอกยืนเด่นเป็นสง่าบนแท่น ส่วนผู้ชายชุดน้ำเงินนอนกองกับพื้นเหมือนหมดสภาพ ฉากนี้สื่อถึงความพ่ายแพ้และความเหนือกว่าได้อย่างทรงพลัง ดูแล้วลุ้นแทนตัวละครที่กำลังคุกเข่าขอชีวิต
รายละเอียดเครื่องแต่งกายในลิขิตฟ้าหยินหยางน่าทึ่งมาก เข็มขัดมังกรทองของนางเอกดูทรงพลังและอันตราย ในขณะที่ชุดสีน้ำเงินของชายผู้พ่ายแพ้ดูมอมแมมและขาดวิ่น สะท้อนสถานะปัจจุบันได้ชัดเจน ฉากนี้ทำให้รู้ว่าในโลกนี้ความสวยงามอาจซ่อนความโหดร้ายไว้ข้างใน ดูแล้วอยากติดตามต่อว่าใครจะรอดไปจนถึงตอนจบ
จังหวะการตัดต่อในลิขิตฟ้าหยินหยางทำได้ดีมาก สลับระหว่างหน้ายิ้มเยาะของนางเอกกับสีหน้าหวาดกลัวของลูกน้อง สร้างความกดดันให้ผู้ชมตามไปด้วย โดยเฉพาะฉากที่ชายชุดดำคุกเข่าแล้วก้มหน้าลงพื้น แสดงถึงความยอมจำนนอย่างสิ้นเชิง ดูแล้วรู้สึกอึดอัดแทนตัวละคร แต่ก็เป็นความอึดอัดที่ทำให้เราอยากดูต่อ
ฉากหลังที่เป็นรูปหยินหยางในลิขิตฟ้าหยินหยางไม่ใช่แค่ของตกแต่ง แต่สื่อถึงความสมดุลระหว่างความดีและความชั่วที่กำลังต่อสู้กัน นางเอกที่ยืนอยู่ตรงกลางดูเหมือนจะเป็นผู้ควบคุมสมดุลนั้นไว้ การที่เธอมีรอยสัญลักษณ์สีแดงบนหน้าผากยิ่งเพิ่มความเป็นปริศนา ให้คนดูต้องเดาว่าเธอคือผู้พิทักษ์หรือผู้ทำลายกันแน่
ชอบการแสดงของนักแสดงในลิขิตฟ้าหยินหยางมาก โดยเฉพาะฉากที่นางเอกเปลี่ยนสีหน้าจากยิ้มเป็นเย็นชาภายในไม่กี่วินาที ทำให้รู้ว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดา ส่วนชายชุดน้ำเงินที่นอนกองกับพื้นก็แสดงออกถึงความเจ็บปวดและความหมดหวังได้สมจริง ดูแล้วรู้สึกอินไปกับสถานการณ์จนลืมหายใจ