การวิ่งหนีตายกลางทุ่งหญ้าสีทองตัดกับฉากป่าสนช่างสวยงามแต่แฝงความอันตราย ตัวละครหญิงดูเหนื่อยล้าจนแทบขาดใจ ส่วนพระเอกในชุดทหารดูเข้มแข็งมาก การตัดภาพมาที่คฤหาสน์เก่าแก่สร้างบรรยากาศลึกลับได้ยอดเยี่ยม เรื่อง ราชาแห่งวันสิ้นโลก ทำได้ดีมากในการปูพื้นความกดดันตั้งแต่ต้นเรื่อง ทำให้คนดูอยากติดตามต่อทันทีว่าข้างในนั้นมีอะไรซ่อนอยู่
ตอนแรกนึกว่าเป็นพวกเดียวกันที่ไหนได้ พอประตูเปิดออกมาก็จัดการพระเอกชุดลายพรางร่วงทันที ท่าทางเย็นชาและแววตาดูอันตรายมาก ฉากต่อสู้ภายในโถงใหญ่ทำออกมาได้สมจริงและดุดัน การที่ตัวละครชุดดำสามารถจัดการคู่ต่อสู้ได้อย่างรวดเร็วแสดงถึงพลังที่เหนือกว่ามาก เป็นพล็อตเรื่องใน ราชาแห่งวันสิ้นโลก ที่ทำให้คนดูต้องอ้าปากค้างกับความโหดนี้
แม้สถานการณ์จะตึงเครียดแต่ก็มีฉากที่ตัวละครหญิงเข้าไปกอดตัวละครชุดดำ ช่างเป็นช่วงเวลาที่อ่อนโยนท่ามกลางความรุนแรง แววตาของทั้งคู่สื่ออารมณ์ได้ลึกซึ้งมาก ดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกว่าแค่เพื่อนร่วมทีม ฉากนี้ใน ราชาแห่งวันสิ้นโลก ทำให้หัวใจคนดูพองโตขึ้นมาชั่วขณะ ก่อนที่จะถูกดึงกลับเข้าสู่ความระทึกอีกครั้งในฉากถัดไป
ฉากที่ตัวละครหญิงล้มลงแล้วมีหญิงสาวในชุดเมดปรากฏตัวขึ้นพร้อมพลังสีแดงช่างน่าขนลุก ดวงตาสีแดงและรอยเย็บที่ปากบ่งบอกถึงความเป็นปีศาจหรือสิ่งเหนือธรรมชาติ การที่เธอใช้พลังลอยตัวคู่ต่อสู้ขึ้นแล้วฟาดใส่ผนังแสดงถึงอำนาจที่มืดมน เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่อง ราชาแห่งวันสิ้นโลก ที่เปลี่ยนจากแนวทหารมาเป็นแนวแฟนตาซีสยองขวัญได้อย่างน่าประหลาดใจ
หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายในคฤหาสน์ ภาพตัดมาที่ขบวนรถทหารวิ่งเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ มีหน่วยพิเศษลงจากรถพร้อมอาวุธครบมือ และชายกล้ามโตที่มีรอยสักเดินออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง ช่างเป็นการจบที่ทิ้งคำถามไว้เยอะมากว่าพวกเขาคือใคร มาช่วยหรือมาจับกันแน่ การทิ้งท้ายแบบนี้ใน ราชาแห่งวันสิ้นโลก ทำให้คนดูต้องกดดูตอนต่อไปทันทีเพราะอยากรู้คำตอบ