ชอบวิธีการเล่าเรื่องที่ใช้การสนทนาทางโทรศัพท์เป็นตัวดำเนินเรื่อง แทนที่จะให้ตัวละครมาเผชิญหน้ากันตรงๆ ความอึดอัดระหว่างชายหนุ่มกับหญิงชราที่นั่งข้างๆ ยิ่งทำให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังแอบฟังเรื่องลับๆ ของคนอื่น การแสดงสีหน้าของทุกคนใน รักแห่งทรยศ ดูเป็นธรรมชาติมาก โดยเฉพาะแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล
การเปลี่ยนฉากจากห้องนั่งเล่นที่เงียบเหงามาเป็นถนนยามค่ำคืนที่มีแสงไฟนีออนและเสียงมอเตอร์ไซค์ ช่างเป็นการตัดอารมณ์ที่เด็ดขาดมาก หญิงสาวที่เมื่อกี้ยังร้องไห้ ตอนนี้กลับมานั่งกินลูกชิ้นอย่างสบายใจ แต่แววตายังคงมีความเศร้าซ่อนอยู่ ฉากนี้ใน รักแห่งทรยศ บอกเล่าความโดดเดี่ยวของคนเมืองได้ดีจริงๆ
ความแตกต่างของเครื่องแต่งกายบอกเล่าเรื่องราวได้ชัดเจน ชายหนุ่มในชุดสูทดูเป็นผู้ใหญ่และแบกรับภาระ ในขณะที่อีกฉากเขามาในชุดแข่งมอเตอร์ไซค์ที่ดูเป็นอิสระและดุดัน การเปลี่ยนบุคลิกนี้ทำให้ตัวละครมีมิติมากขึ้น เรื่องราวใน รักแห่งทรยศ ดูจะซับซ้อนกว่าแค่เรื่องความรักธรรมดาๆ แน่นอน
ฉากกินลูกชิ้นปิ้งตอนกลางคืนดูเรียบง่ายแต่กลับอบอุ่นที่สุดเมื่อเทียบกับฉากก่อนหน้า หญิงสาวนั่งกินคนเดียวท่ามกลางความวุ่นวายของเมือง แสงไฟสลัวๆ ทำให้เห็นความเปราะบางของเธอชัดเจน การที่เธอพยายามยิ้มทั้งที่ดวงตายังแดงก่ำ เป็นรายละเอียดเล็กๆ ใน รักแห่งทรยศ ที่กินใจคนดูสุดๆ
โทรศัพท์มือถือในเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เครื่องมือสื่อสาร แต่เป็นแหล่งรวมความเจ็บปวด ทุกครั้งที่ตัวละครหยิบมือถือขึ้นมา สีหน้าของพวกเขาจะเปลี่ยนไปทันที จากความหวังเป็นความผิดหวัง หรือจากความสงบเป็นความกังวล อุปกรณ์ชิ้นนี้ใน รักแห่งทรยศ ทำหน้าที่เชื่อมต่อกับทำลายความสัมพันธ์ในเวลาเดียวกัน
ชอบการใช้แสงและสีในการสื่ออารมณ์ ฉากในห้องใช้โทนสีเย็นและแสงนุ่มนวลแต่กลับให้ความรู้สึกอึดอัด ในขณะที่ฉากนอกบ้านใช้แสงนีออนตัดกับความมืด ทำให้รู้สึกเหงาจับใจ ทุกองค์ประกอบใน รักแห่งทรยศ ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุกต่อมความรู้สึกของคนดูโดยเฉพาะ ดูแล้วอยากเข้าไปกอดตัวละครทันที
ฉากเปิดเรื่องทำเอาใจสลายทันทีเมื่อเห็นเธอในชุดสีขาวนั่งร้องไห้ขณะคุยโทรศัพท์ สีหน้าเจ็บปวดนั้นสื่อออกมาได้ชัดเจนมากโดยไม่ต้องมีคำพูด การตัดสลับไปยังชายหนุ่มที่ดูเคร่งเครียดทำให้รู้ว่าเรื่องรักแห่งทรยศ นี้คงไม่จบง่ายๆ บรรยากาศในห้องที่ดูหรูหราแต่กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด ช่างขัดแย้งกันอย่างน่าใจหาย
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม