เรื่องราวในโรงพยาบาลจินไห่เริ่มน่าสนใจยิ่งขึ้นเมื่อเราเห็นหมอหญิงในชุดขาวที่กำลังนั่งทำงานอยู่ในห้องตรวจด้วยท่าทางที่ดูสงบเสงี่ยม แต่ลึกๆ แล้วสายตาของเธอที่มองออกไปนอกหน้าต่างนั้นเต็มไปด้วยความกังวลบางอย่าง เมื่อมีเสียงวุ่นวายจากห้องฉุกเฉินดังขึ้นมา เธอพยายามทำตัวเป็นปกติแต่มือที่จับปากกากลับสั่นเล็กน้อยจนทำให้เส้นที่วาดบนกระดาษเบี้ยวไปหมด ความพยายามของเธอที่จะหนีจากอดีตนั้นชัดเจนยิ่งเมื่อเธอรีบเดินหนีจากห้องตรวจทันทีที่ได้ยินชื่อของคนไข้ที่ถูกหามเข้ามา ฉากที่พยาบาลรีบวิ่งมาตามเธอให้ไปช่วยผ่าตัดนั้นช่างน่าตื่นเต้น พยาบาลสาวในชุดสีฟ้าที่วิ่งมาด้วยความเร่งรีบพยายามอธิบายสถานการณ์ให้เธอฟัง แต่เธอกลับทำท่าเหมือนไม่ได้ยินและพยายามเดินหนีไปทางอื่น ความขัดแย้งในใจของเธอระหว่างหน้าที่แพทย์กับความรู้สึกส่วนตัวนั้นชัดเจนยิ่งเมื่อเธอหยุดเดินชั่วครู่แล้วหันกลับมามองไปที่ห้องผ่าตัดด้วยแววตาที่สั่นไหว แม้เธอจะพยายามบอกตัวเองว่าไม่ควรเข้าไปยุ่ง แต่สุดท้ายแล้วความเป็นแพทย์ในตัวของเธอก็ชนะและเธอตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องผ่าตัดด้วยท่าทางที่ดูเข้มแข็งแต่ภายในใจกำลังพังทลาย ในห้องผ่าตัดที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย หมอหญิงในชุดสีเขียวกำลังเตรียมตัวสำหรับการผ่าตัดที่ยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของเธอ ทุกครั้งที่เธอหยิบเครื่องมือผ่าตัดขึ้นมา มือของเธอจะหยุดชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจลงมือทำ ความทรงจำเกี่ยวกับชายคนนั้นในอดีตผุดขึ้นมาในหัวเธอไม่หยุดหย่อน ทำให้เธอเกือบจะวางมีดผ่าตัดลงกลางคัน แต่แล้วเธอก็รวบรวมสติได้และเริ่มลงมือผ่าตัดด้วยทักษะที่เชี่ยวชาญ แม้หัวใจของเธอจะกำลังร้องไห้อย่างหนักก็ตาม ฉากที่ชายหนุ่มในชุดดำพยายามจะพังประตูห้องผ่าตัดเข้าไปนั้นยิ่งทำให้เรื่องราวใน รักฝังใจของเจ้าพ่อมาเฟีย น่าสนใจยิ่งขึ้น เขาตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง มือที่เปื้อนเลือดของเขากำแน่นจนข้อต่อเปลี่ยนสี สายตาที่จ้องมองไปที่ประตูห้องผ่าตัดเต็มไปด้วยความกังวลและความรักที่ยังไม่จางหาย แม้จะถูกพยาบาลและบอดี้การ์ดพยายามดึงตัวออกไป แต่เขาก็ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว ความรักของเขาที่มีต่อเธอนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าจะยอมแพ้แม้ในสถานการณ์ที่อันตรายเช่นนี้ เมื่อการผ่าตัดเสร็จสิ้นลง หมอหญิงยืนนิ่งอยู่หน้าเตียงคนไข้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและความรักที่ยังไม่อาจปฏิเสธได้ แม้เธอจะพยายามสร้างกำแพงขึ้นมาล้อมรอบหัวใจของตัวเอง แต่ความรักใน รักฝังใจของเจ้าพ่อมาเฟีย ก็ยังคงแทรกซึมผ่านรอยแตกของกำแพงนั้นออกมาอย่างช้าๆ แต่แน่นอน การเผชิญหน้ากับอดีตที่เจ็บปวดในครั้งนี้คงไม่ใช่จุดจบของเรื่องราว แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ที่จะพาทั้งคู่ไปพบกับความจริงที่พวกเขาพยายามหลบหนีมาตลอด
เรื่องราวในโรงพยาบาลจินไห่เริ่มเข้มข้นขึ้นเมื่อเราเห็นหมอหญิงในชุดขาวที่กำลังนั่งทำงานอยู่ในห้องตรวจด้วยท่าทางที่ดูสงบเสงี่ยม แต่ลึกๆ แล้วสายตาของเธอที่มองออกไปนอกหน้าต่างนั้นเต็มไปด้วยความกังวลบางอย่าง เมื่อมีเสียงวุ่นวายจากห้องฉุกเฉินดังขึ้นมา เธอพยายามทำตัวเป็นปกติแต่มือที่จับปากกากลับสั่นเล็กน้อยจนทำให้เส้นที่วาดบนกระดาษเบี้ยวไปหมด ความพยายามของเธอที่จะหนีจากอดีตนั้นชัดเจนยิ่งเมื่อเธอรีบเดินหนีจากห้องตรวจทันทีที่ได้ยินชื่อของคนไข้ที่ถูกหามเข้ามา ฉากที่พยาบาลรีบวิ่งมาตามเธอให้ไปช่วยผ่าตัดนั้นช่างน่าตื่นเต้น พยาบาลสาวในชุดสีฟ้าที่วิ่งมาด้วยความเร่งรีบพยายามอธิบายสถานการณ์ให้เธอฟัง แต่เธอกลับทำท่าเหมือนไม่ได้ยินและพยายามเดินหนีไปทางอื่น ความขัดแย้งในใจของเธอระหว่างหน้าที่แพทย์กับความรู้สึกส่วนตัวนั้นชัดเจนยิ่งเมื่อเธอหยุดเดินชั่วครู่แล้วหันกลับมามองไปที่ห้องผ่าตัดด้วยแววตาที่สั่นไหว แม้เธอจะพยายามบอกตัวเองว่าไม่ควรเข้าไปยุ่ง แต่สุดท้ายแล้วความเป็นแพทย์ในตัวของเธอก็ชนะและเธอตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องผ่าตัดด้วยท่าทางที่ดูเข้มแข็งแต่ภายในใจกำลังพังทลาย ในห้องผ่าตัดที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย หมอหญิงในชุดสีเขียวกำลังเตรียมตัวสำหรับการผ่าตัดที่ยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของเธอ ทุกครั้งที่เธอหยิบเครื่องมือผ่าตัดขึ้นมา มือของเธอจะหยุดชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจลงมือทำ ความทรงจำเกี่ยวกับชายคนนั้นในอดีตผุดขึ้นมาในหัวเธอไม่หยุดหย่อน ทำให้เธอเกือบจะวางมีดผ่าตัดลงกลางคัน แต่แล้วเธอก็รวบรวมสติได้และเริ่มลงมือผ่าตัดด้วยทักษะที่เชี่ยวชาญ แม้หัวใจของเธอจะกำลังร้องไห้อย่างหนักก็ตาม ฉากที่ชายหนุ่มในชุดดำพยายามจะพังประตูห้องผ่าตัดเข้าไปนั้นยิ่งทำให้เรื่องราวใน รักฝังใจของเจ้าพ่อมาเฟีย น่าสนใจยิ่งขึ้น เขาตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง มือที่เปื้อนเลือดของเขากำแน่นจนข้อต่อเปลี่ยนสี สายตาที่จ้องมองไปที่ประตูห้องผ่าตัดเต็มไปด้วยความกังวลและความรักที่ยังไม่จางหาย แม้จะถูกพยาบาลและบอดี้การ์ดพยายามดึงตัวออกไป แต่เขาก็ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว ความรักของเขาที่มีต่อเธอนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าจะยอมแพ้แม้ในสถานการณ์ที่อันตรายเช่นนี้ เมื่อการผ่าตัดเสร็จสิ้นลง หมอหญิงยืนนิ่งอยู่หน้าเตียงคนไข้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและความรักที่ยังไม่อาจปฏิเสธได้ แม้เธอจะพยายามสร้างกำแพงขึ้นมาล้อมรอบหัวใจของตัวเอง แต่ความรักใน รักฝังใจของเจ้าพ่อมาเฟีย ก็ยังคงแทรกซึมผ่านรอยแตกของกำแพงนั้นออกมาอย่างช้าๆ แต่แน่นอน การเผชิญหน้ากับอดีตที่เจ็บปวดในครั้งนี้คงไม่ใช่จุดจบของเรื่องราว แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ที่จะพาทั้งคู่ไปพบกับความจริงที่พวกเขาพยายามหลบหนีมาตลอด
เรื่องราวในโรงพยาบาลจินไห่เริ่มน่าสนใจยิ่งขึ้นเมื่อเราเห็นหมอหญิงในชุดขาวที่กำลังนั่งทำงานอยู่ในห้องตรวจด้วยท่าทางที่ดูสงบเสงี่ยม แต่ลึกๆ แล้วสายตาของเธอที่มองออกไปนอกหน้าต่างนั้นเต็มไปด้วยความกังวลบางอย่าง เมื่อมีเสียงวุ่นวายจากห้องฉุกเฉินดังขึ้นมา เธอพยายามทำตัวเป็นปกติแต่มือที่จับปากกากลับสั่นเล็กน้อยจนทำให้เส้นที่วาดบนกระดาษเบี้ยวไปหมด ความพยายามของเธอที่จะหนีจากอดีตนั้นชัดเจนยิ่งเมื่อเธอรีบเดินหนีจากห้องตรวจทันทีที่ได้ยินชื่อของคนไข้ที่ถูกหามเข้ามา ฉากที่พยาบาลรีบวิ่งมาตามเธอให้ไปช่วยผ่าตัดนั้นช่างน่าตื่นเต้น พยาบาลสาวในชุดสีฟ้าที่วิ่งมาด้วยความเร่งรีบพยายามอธิบายสถานการณ์ให้เธอฟัง แต่เธอกลับทำท่าเหมือนไม่ได้ยินและพยายามเดินหนีไปทางอื่น ความขัดแย้งในใจของเธอระหว่างหน้าที่แพทย์กับความรู้สึกส่วนตัวนั้นชัดเจนยิ่งเมื่อเธอหยุดเดินชั่วครู่แล้วหันกลับมามองไปที่ห้องผ่าตัดด้วยแววตาที่สั่นไหว แม้เธอจะพยายามบอกตัวเองว่าไม่ควรเข้าไปยุ่ง แต่สุดท้ายแล้วความเป็นแพทย์ในตัวของเธอก็ชนะและเธอตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องผ่าตัดด้วยท่าทางที่ดูเข้มแข็งแต่ภายในใจกำลังพังทลาย ในห้องผ่าตัดที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย หมอหญิงในชุดสีเขียวกำลังเตรียมตัวสำหรับการผ่าตัดที่ยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของเธอ ทุกครั้งที่เธอหยิบเครื่องมือผ่าตัดขึ้นมา มือของเธอจะหยุดชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจลงมือทำ ความทรงจำเกี่ยวกับชายคนนั้นในอดีตผุดขึ้นมาในหัวเธอไม่หยุดหย่อน ทำให้เธอเกือบจะวางมีดผ่าตัดลงกลางคัน แต่แล้วเธอก็รวบรวมสติได้และเริ่มลงมือผ่าตัดด้วยทักษะที่เชี่ยวชาญ แม้หัวใจของเธอจะกำลังร้องไห้อย่างหนักก็ตาม ฉากที่ชายหนุ่มในชุดดำพยายามจะพังประตูห้องผ่าตัดเข้าไปนั้นยิ่งทำให้เรื่องราวใน รักฝังใจของเจ้าพ่อมาเฟีย น่าสนใจยิ่งขึ้น เขาตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง มือที่เปื้อนเลือดของเขากำแน่นจนข้อต่อเปลี่ยนสี สายตาที่จ้องมองไปที่ประตูห้องผ่าตัดเต็มไปด้วยความกังวลและความรักที่ยังไม่จางหาย แม้จะถูกพยาบาลและบอดี้การ์ดพยายามดึงตัวออกไป แต่เขาก็ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว ความรักของเขาที่มีต่อเธอนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าจะยอมแพ้แม้ในสถานการณ์ที่อันตรายเช่นนี้ เมื่อการผ่าตัดเสร็จสิ้นลง หมอหญิงยืนนิ่งอยู่หน้าเตียงคนไข้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและความรักที่ยังไม่อาจปฏิเสธได้ แม้เธอจะพยายามสร้างกำแพงขึ้นมาล้อมรอบหัวใจของตัวเอง แต่ความรักใน รักฝังใจของเจ้าพ่อมาเฟีย ก็ยังคงแทรกซึมผ่านรอยแตกของกำแพงนั้นออกมาอย่างช้าๆ แต่แน่นอน การเผชิญหน้ากับอดีตที่เจ็บปวดในครั้งนี้คงไม่ใช่จุดจบของเรื่องราว แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ที่จะพาทั้งคู่ไปพบกับความจริงที่พวกเขาพยายามหลบหนีมาตลอด
เรื่องราวในโรงพยาบาลจินไห่เริ่มเข้มข้นขึ้นเมื่อเราเห็นหมอหญิงในชุดขาวที่กำลังนั่งทำงานอยู่ในห้องตรวจด้วยท่าทางที่ดูสงบเสงี่ยม แต่ลึกๆ แล้วสายตาของเธอที่มองออกไปนอกหน้าต่างนั้นเต็มไปด้วยความกังวลบางอย่าง เมื่อมีเสียงวุ่นวายจากห้องฉุกเฉินดังขึ้นมา เธอพยายามทำตัวเป็นปกติแต่มือที่จับปากกากลับสั่นเล็กน้อยจนทำให้เส้นที่วาดบนกระดาษเบี้ยวไปหมด ความพยายามของเธอที่จะหนีจากอดีตนั้นชัดเจนยิ่งเมื่อเธอรีบเดินหนีจากห้องตรวจทันทีที่ได้ยินชื่อของคนไข้ที่ถูกหามเข้ามา ฉากที่พยาบาลรีบวิ่งมาตามเธอให้ไปช่วยผ่าตัดนั้นช่างน่าตื่นเต้น พยาบาลสาวในชุดสีฟ้าที่วิ่งมาด้วยความเร่งรีบพยายามอธิบายสถานการณ์ให้เธอฟัง แต่เธอกลับทำท่าเหมือนไม่ได้ยินและพยายามเดินหนีไปทางอื่น ความขัดแย้งในใจของเธอระหว่างหน้าที่แพทย์กับความรู้สึกส่วนตัวนั้นชัดเจนยิ่งเมื่อเธอหยุดเดินชั่วครู่แล้วหันกลับมามองไปที่ห้องผ่าตัดด้วยแววตาที่สั่นไหว แม้เธอจะพยายามบอกตัวเองว่าไม่ควรเข้าไปยุ่ง แต่สุดท้ายแล้วความเป็นแพทย์ในตัวของเธอก็ชนะและเธอตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องผ่าตัดด้วยท่าทางที่ดูเข้มแข็งแต่ภายในใจกำลังพังทลาย ในห้องผ่าตัดที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย หมอหญิงในชุดสีเขียวกำลังเตรียมตัวสำหรับการผ่าตัดที่ยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของเธอ ทุกครั้งที่เธอหยิบเครื่องมือผ่าตัดขึ้นมา มือของเธอจะหยุดชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจลงมือทำ ความทรงจำเกี่ยวกับชายคนนั้นในอดีตผุดขึ้นมาในหัวเธอไม่หยุดหย่อน ทำให้เธอเกือบจะวางมีดผ่าตัดลงกลางคัน แต่แล้วเธอก็รวบรวมสติได้และเริ่มลงมือผ่าตัดด้วยทักษะที่เชี่ยวชาญ แม้หัวใจของเธอจะกำลังร้องไห้อย่างหนักก็ตาม ฉากที่ชายหนุ่มในชุดดำพยายามจะพังประตูห้องผ่าตัดเข้าไปนั้นยิ่งทำให้เรื่องราวใน รักฝังใจของเจ้าพ่อมาเฟีย น่าสนใจยิ่งขึ้น เขาตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง มือที่เปื้อนเลือดของเขากำแน่นจนข้อต่อเปลี่ยนสี สายตาที่จ้องมองไปที่ประตูห้องผ่าตัดเต็มไปด้วยความกังวลและความรักที่ยังไม่จางหาย แม้จะถูกพยาบาลและบอดี้การ์ดพยายามดึงตัวออกไป แต่เขาก็ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว ความรักของเขาที่มีต่อเธอนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าจะยอมแพ้แม้ในสถานการณ์ที่อันตรายเช่นนี้ เมื่อการผ่าตัดเสร็จสิ้นลง หมอหญิงยืนนิ่งอยู่หน้าเตียงคนไข้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและความรักที่ยังไม่อาจปฏิเสธได้ แม้เธอจะพยายามสร้างกำแพงขึ้นมาล้อมรอบหัวใจของตัวเอง แต่ความรักใน รักฝังใจของเจ้าพ่อมาเฟีย ก็ยังคงแทรกซึมผ่านรอยแตกของกำแพงนั้นออกมาอย่างช้าๆ แต่แน่นอน การเผชิญหน้ากับอดีตที่เจ็บปวดในครั้งนี้คงไม่ใช่จุดจบของเรื่องราว แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ที่จะพาทั้งคู่ไปพบกับความจริงที่พวกเขาพยายามหลบหนีมาตลอด
ฉากเปิดเรื่องในโรงพยาบาลจินไห่ที่ดูเงียบสงบกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของพายุอารมณ์ครั้งใหญ่ เมื่อชายหนุ่มในชุดดำที่ถูกเลือดท่วมตัวถูกหามเข้ามาในห้องฉุกเฉินด้วยสภาพปางตาย ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งตอนนี้ซีดเผือดจนน่าใจหาย ในขณะที่พยาบาลรีบวิ่งวุ่นเตรียมอุปกรณ์ช่วยชีวิต ชายคนนั้นกลับพยายามเอื้อมมือไปจับแขนของหมอหญิงที่กำลังจะเดินผ่านไปด้วยความสิ้นหวัง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความหวังเล็กๆ ว่าเธอจะช่วยเขาได้ แม้เธอจะพยายามทำตัวเย็นชาและเดินหนีไป แต่ลึกๆ แล้วหัวใจของเธอกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง เพราะชายคนนี้อยู่ใน รักฝังใจของเจ้าพ่อมาเฟีย ที่เธอพยายามลืมมาตลอดหกปี บรรยากาศในห้องผ่าตัดที่เต็มไปด้วยแสงไฟสีฟ้าเย็นยะเยือกยิ่งทำให้ความรู้สึกตึงเครียดพุ่งสูงขึ้น หมอหญิงในชุดสีเขียวที่สวมหน้ากากปิดบังใบหน้าแทบมิด กำลังยืนนิ่งอยู่หน้าเตียงคนไข้ มือที่สวมถุงมือสีขาวสะอาดกลับสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเธอเห็นใบหน้าของชายคนนั้นชัดเจนขึ้น รอยเลือดที่ไหลย้อยจากหน้าผากลงมาตามแก้มดูเหมือนจะเป็นเส้นสายที่เชื่อมโยงอดีตอันเจ็บปวดของทั้งคู่เข้าด้วยกัน เธอพยายามรวบรวมสติเพื่อเริ่มการผ่าตัด แต่ทุกครั้งที่มองลงไปที่คนไข้ ภาพความทรงจำในอดีตก็ผุดขึ้นมาในหัวไม่หยุดหย่อน ความขัดแย้งระหว่างหน้าที่แพทย์กับความรู้สึกส่วนตัวทำให้เธอเกือบจะวางมีดผ่าตัดลงกลางคัน ฉากที่ชายหนุ่มในชุดดำพยายามจะพังประตูห้องผ่าตัดเข้าไปนั้นช่างน่าสะเทือนใจ เขาตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่แตกสลาย มือที่เปื้อนเลือดของเขากำแน่นจนข้อต่อเปลี่ยนสี สายตาที่จ้องมองไปที่ประตูห้องผ่าตัดเต็มไปด้วยความกังวลและความรักที่ยังไม่จางหาย แม้จะถูกพยาบาลและบอดี้การ์ดพยายามดึงตัวออกไป แต่เขาก็ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว ความรักของเขาที่มีต่อเธอใน รักฝังใจของเจ้าพ่อมาเฟีย นั้นแข็งแกร่งเกินกว่าจะยอมแพ้แม้ในสถานการณ์ที่อันตรายเช่นนี้ เมื่อหมอหญิงเริ่มลงมือผ่าตัด มือของเธอที่ปกติแล้วมั่นคงกลับสั่นไหวทุกครั้งที่ใกล้จะสัมผัสถูกผิวหนังของคนไข้ เธอพยายามบอกตัวเองว่านี่คือคนไข้คนหนึ่งเท่านั้น แต่หัวใจของเธอกลับปฏิเสธคำโกหกนั้นอย่างรุนแรง ทุกจังหวะของการเย็บแผล ทุกครั้งที่เธอเช็ดเลือดออกจากใบหน้าของเขา ความทรงจำเกี่ยวกับรอยยิ้มของเขาในอดีตก็กลับมาหลอกหลอนเธอ น้ำตาที่ไหลออกมาจากใต้หน้ากากผ่าตัดนั้นไม่มีใครเห็น แต่ความรู้สึกเจ็บปวดในใจของเธอนั้นชัดเจนยิ่งกว่าบาดแผลใดๆ บนตัวคนไข้ ฉากจบที่หมอหญิงยืนนิ่งอยู่หน้าเตียงคนไข้หลังจากผ่าตัดเสร็จสิ้นนั้นช่างทรงพลัง แววตาของเธอที่มองลงมาที่ชายหนุ่มที่กำลังหลับใหลเต็มไปด้วยความสับสนและความรักที่ยังไม่อาจปฏิเสธได้ แม้เธอจะพยายามสร้างกำแพงขึ้นมาล้อมรอบหัวใจของตัวเอง แต่ความรักใน รักฝังใจของเจ้าพ่อมาเฟีย ก็ยังคงแทรกซึมผ่านรอยแตกของกำแพงนั้นออกมาอย่างช้าๆ แต่แน่นอน การเผชิญหน้ากับอดีตที่เจ็บปวดในครั้งนี้คงไม่ใช่จุดจบของเรื่องราว แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ที่จะพาทั้งคู่ไปพบกับความจริงที่พวกเขาพยายามหลบหนีมาตลอด