ฉากที่หญิงชราในชุดทองอร่ามกรีดร้องและด่าทอใส่หญิงสาวที่กำลังเจ็บปวดท้องนั้นช่างน่าสะเทือนใจ บรรยากาศในห้องที่ดูอึมครึมยิ่งเพิ่มความกดดันให้คนดูรู้สึกอึดอัดตามไปด้วย เหมือนเราเข้าไปนั่งอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ การที่เรื่องฟื้นคืนเพื่อล้างแค้น เลือกใช้ฉากนี้เพื่อปูพื้นฐานความแค้น ทำให้เข้าใจแรงจูงใจของตัวละครได้ทันทีว่าทำไมเธอถึงต้องต่อสู้เพื่อตัวเองในภายหลัง
การเปลี่ยนฉากจากวังหลวงอันหรูหราสู่ร้านขายของชำธรรมดาๆ ที่มีหญิงสาวอุ้มทารกอยู่ สร้างความประหลาดใจให้กับคนดูอย่างมาก ดูเหมือนว่าเธอจะหนีจากอดีตอันโหดร้ายมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่แววตาที่ยังคงหวาดระแวงบอกเราว่าอดีตยังไม่ยอมปล่อยเธอไป ฉากในเมืองใหญ่ที่ตัดสลับมาทำให้เห็นความแตกต่างของยุคสมัยในเรื่องฟื้นคืนเพื่อล้างแค้น ได้อย่างชัดเจนและน่าสนใจมาก
พระเอกในชุดสีฟ้าครามแสดงอารมณ์ได้หลากหลายมาก ตั้งแต่ความกังวลตอนพยายามคุยกับนางเอก ไปจนถึงความโกรธเกรี้ยวเมื่อเห็นภาพความทรงจำที่โหดร้าย สีหน้าของเขาบอกเล่าความในใจได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากที่เขาตะโกนใส่ความอยุติธรรม ทำให้คนดูรู้สึกลุ้นไปกับเขาด้วย การแสดงที่เข้มข้นแบบนี้ทำให้เรื่องฟื้นคืนเพื่อล้างแค้น น่าติดตามขึ้นเป็นกอง
ฉากที่นางเอกถูกมัดและทรมานท่ามกลางหิมะตกหนักเป็นฉากที่บีบหัวใจที่สุด ใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาและความเจ็บปวดของเธอทำให้คนดูรู้สึกเจ็บปวดไปด้วย ไม่ต้องมีบทพูดเยอะแต่ภาพเล่าเรื่องได้หมดจด การที่เธอต้องผ่านจุดต่ำสุดขนาดนี้ก่อนจะกลับมาในเรื่องฟื้นคืนเพื่อล้างแค้น ทำให้เราเอาใจช่วยเธออย่างเต็มที่ว่าเธอจะก้าวข้ามผ่านมันไปได้ยังไง
ต้องชื่นชมทีมโปรดักชั่นที่ใส่ใจในรายละเอียดชุดแต่งกายของตัวละคร ทั้งชุดโบราณที่ดูหรูหราและชุดสมัยใหม่ที่ดูสมจริง ฉากในวังที่มีเทียนจุดรอบๆ สร้างบรรยากาศที่ขลังและลึกลับได้ดีมาก ในขณะที่ฉากเมืองปัจจุบันก็ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ดูปลอม การผสมผสานสองยุคสมัยในเรื่องฟื้นคืนเพื่อล้างแค้น ทำออกมาได้กลมกล่อมและสวยงามตามาก