ฉากที่พระเอกหยิบมือถือขึ้นมาโชว์รูปนางเอกในชุดโบราณ มันช่างน่าขนลุกและน่าตื่นเต้นไปพร้อมกัน! การตัดต่อระหว่างโลกความจริงกับภาพในจอทำได้ดีมาก ทำให้คนดูอย่างเราสงสัยว่าตกลงเธอคือใครกันแน่? เรื่องราวใน พี่เลี้ยงอสูรร้าย เริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ฉากนี้ บอกเลยว่าห้ามกระพริบตาเด็ดขาด เพราะทุกเฟรมมีความหมายซ่อนอยู่
นางเอกในชุดขาวถือร่มกระดาษสา ยืนอยู่กลางแสงแดดที่ส่องผ่านประตูไม้เก่าๆ สวยจนหยุดหายใจ แต่แววตาของเธอกลับดูว่างเปล่าและน่ากลัวอย่างประหลาด ฉากนี้ใน พี่เลี้ยงอสูรร้าย ถ่ายทอดอารมณ์ได้ลึกซึ้งมาก ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับบางสิ่งที่เหนือธรรมชาติ ความงามที่แฝงไปด้วยความลึกลับแบบนี้แหละที่ทำให้เราติดหนึบ
สีหน้าของพระเอกตอนเห็นนางเอกครั้งแรก คือความตกใจผสมความกลัวที่แสดงออกมาได้ธรรมชาติมาก ไม่ต้องพูดเยอะแต่สายตาบอกทุกอย่างว่าเขากำลังเผชิญกับอะไร เรื่อง พี่เลี้ยงอสูรร้าย เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากที่เขายื่นมือถือให้เธอดู แล้วเธอกลับทำท่าทางแปลกๆ มันทำให้เราลุ้นจนตัวเกร็ง
ฉากในกระท่อมไม้เก่าๆ ที่มีแสงแดดส่องผ่านหน้าต่างเป็นลำๆ สร้างบรรยากาศที่ทั้งอบอุ่นและน่าหวาดกลัวไปพร้อมกัน หนังสือเก่าๆ บนชั้นกับแสงเทียนริบหรี่ ทำให้เรื่อง พี่เลี้ยงอสูรร้าย ดูมีมิติมากขึ้น ทุกอย่างในฉากนี้ดูเหมือนจะบอกใบ้บางอย่างเกี่ยวกับอดีตของนางเอก ที่อาจเชื่อมโยงกับพระเอกในแบบที่เราคาดไม่ถึง
ฉากที่พระเอกกับนางเอกยืนเผชิญหน้ากันตรงประตูไม้ แสงแดดส่องมาจากด้านหลังนางเอก ทำให้เธอดูเหมือนวิญญาณที่ลอยมา จากโลกอื่น เรื่อง พี่เลี้ยงอสูรร้าย สร้างความสงสัยให้คนดูได้เก่งมาก ว่าตกลงเธอคือมนุษย์หรือสิ่งเหนือธรรมชาติ? การที่พระเอกพยายามจะจับตัวเธอแต่กลับถูกผลักออก มันทำให้เรารู้สึกว่าพลังของเธอไม่ธรรมดาเลย
ชอบฉากที่นางเอกใช้นิ้วแตะหน้าจอโทรศัพท์ แล้วภาพในจอเปลี่ยนไป มันเหมือนเธอมีพลังพิเศษบางอย่างที่สามารถควบคุมเทคโนโลยีได้ เรื่อง พี่เลี้ยงอสูรร้าย ใส่รายละเอียดแบบนี้มาได้ดีมาก ทำให้เราต้องกลับมาดูซ้ำหลายรอบเพื่อหาเบาะแส ทุกอย่างดูเหมือนจะเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่รูปในมือถือจนถึงปฏิกิริยาของพระเอกที่ค่อยๆ เปลี่ยนไป
การที่พระเอกใส่เสื้อฮู้ดขาดๆ ส่วนนางเอกใส่ชุดขาวสะอาดตา มันเหมือนการเผชิญหน้าระหว่างสองโลกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เรื่อง พี่เลี้ยงอสูรร้าย ใช้เครื่องแต่งกายบอกเล่าเรื่องราวได้เก่งมาก พระเอกดูเหมือนคนจากโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยปัญหา ส่วนนางเอกดูเหมือนมาจากโลกอีกใบหนึ่งที่บริสุทธิ์แต่ลึกลับ ความขัดแย้งนี้ทำให้เรื่องราวสนุกขึ้นเยอะ
ตอนจบที่นางเอกเดินออกไปกลางทุ่งหญ้าที่มีแสงสีฟ้าส่องสว่าง ในขณะที่พระเอกยืนมองจากในกระท่อม มันช่างเป็นฉากที่ทั้งสวยงามและเศร้าไปพร้อมกัน เรื่อง พี่เลี้ยงอสูรร้าย ทิ้งปมไว้ให้คนดูคิดเยอะมาก ว่าตกลงเธอจะไปไหน? และพระเอกจะตามเธอไปไหม? ฉากนี้ทำให้เราอยากดูต่อทันที เพราะอยากรู้ว่าเรื่องราวจะลงเอยอย่างไร
ผู้กำกับเรื่อง พี่เลี้ยงอสูรร้าย เก่งมากในการใช้แสงและเงาเพื่อสร้างอารมณ์ ฉากที่แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างมาเป็นลำๆ ตัดกับความมืดในกระท่อม มันช่วยเน้นความลึกลับของตัวละครได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะตอนที่นางเอกยืนอยู่กลางแสง มันทำให้เธอดูเหมือนเทพธิดาที่ลงมาสู่โลกมนุษย์ แต่แววตากลับบอกว่าเป็นอะไรที่อันตรายกว่านั้น
จากฉากต่างๆ ในเรื่อง พี่เลี้ยงอสูรร้าย ทำให้เราสงสัยว่าพระเอกกับนางเอกอาจมีความสัมพันธ์กันมาก่อนในชาติที่แล้ว หรืออาจจะเป็นบางสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้น การที่พระเอกมีรูปเธอในมือถือตั้งแต่ก่อนจะเจอตัวจริง มันบอกใบ้ว่าเขาค้นหาเธอมาตลอด หรือบางทีเธออาจจะเป็นคนที่เขาสร้างขึ้นมาในจินตนาการก็ได้ ความซับซ้อนแบบนี้แหละที่ทำให้เรื่องน่าสนใจ
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม