ฉากที่เด็กน้อยใส่แว่นพยายามปลอบชายหนุ่มในรถเข็นด้วยส้ม เป็นช็อตที่กินใจที่สุดใน พบกันสายแต่รักกันทัน ความบริสุทธิ์ของเด็กตัดกับความเศร้าของผู้ใหญ่ได้อย่างลงตัว ทำให้คนดูรู้สึกสงสารตัวละครทุกตัวในเรื่องนี้จริงๆ
การที่เจ้าสาวใน พบกันสายแต่รักกันทัน เดินเข้าไปหาชายหนุ่มในรถเข็นด้วยรอยยิ้ม แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของเธอ แม้สถานการณ์จะอึดอัดแค่ไหน เธอก็เลือกที่จะเผชิญหน้าและให้กำลังใจ ซึ่งทำให้ตัวละครนี้น่าชื่นชมมาก
ฉากที่ชายหนุ่มในรถเข็นร้องไห้ขณะมองเจ้าสาวใน พบกันสายแต่รักกันทัน ทำเอาคนดูใจสลาย สีหน้าของเขาบอกเล่าเรื่องราวความเจ็บปวดได้โดยไม่ต้องพูดอะไรเลย การแสดงของนักแสดงทำให้รู้สึกถึงความสูญเสียอย่างลึกซึ้ง
ฉากงานแต่งงานใน พบกันสายแต่รักกันทัน จัดได้สวยงามมาก แสงไฟสีทองและดอกไม้ดูหรูหรา แต่เบื้องหลังความสวยงามนั้นกลับซ่อนปมดราม่าที่ซับซ้อนไว้ ทำให้คนดูรู้สึกขัดแย้งระหว่างความงามของฉากกับความเจ็บปวดของตัวละคร
พิธีกรใน พบกันสายแต่รักกันทัน ทำหน้าที่ได้ดีมากในการดำเนินเรื่อง แม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่เขาก็พยายามควบคุมสถานการณ์ให้ราบรื่น การแสดงออกของเขาทำให้เรื่องดูสมจริงและน่าติดตามมากขึ้น