ฉากเริ่มต้นของเรื่อง พันธสัญญายามตื่น ทำให้คนดูรู้สึกจุกอกทันทีเมื่อเห็นผู้หญิงชุดดำร้องไห้คนเดียวในห้อง แสงสีฟ้าเย็นยะเยือกยิ่งเสริมบรรยากาศความเศร้าให้หนักขึ้น สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ข้างใน ทำให้เราสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ระหว่างเธอกับผู้ชายบนรถเข็น ความสัมพันธ์ของพวกเขาดูซับซ้อนและเต็มไปด้วยปมด้อยบางอย่างที่รอการเปิดเผยในตอนต่อไป
ตัวละครผู้ชายบนรถเข็นดูมีความลึกลับซ่อนอยู่แววตาของเขาไม่ได้แสดงออกแค่ความอ่อนแอแต่มีความมุ่งมั่นบางอย่างแฝงอยู่ ฉากที่เขาพยายามทรงตัวด้วยตัวเองแสดงให้เห็นว่าเขากำลังต่อสู้กับสภาพร่างกายอย่างหนัก เราเอาใจช่วยเขาอย่างมากใน พันธสัญญายามตื่น เพราะดูเหมือนเขาต้องแบกรับภาระอะไรบางอย่างไว้คนเดียวโดยไม่บอกใครแม้แต่คนใกล้ตัวที่สุดอย่างผู้ช่วยหรือคนใช้
ฉากในออฟฟิศตึงเครียดมากเมื่อผู้หญิงชุดขาวได้รับเอกสารสำคัญจากผู้ชายชุดสูท สีหน้าของฝ่ายชายดูข่มขู่และจริงจังในขณะที่ฝ่ายหญิงดูตกใจและสับสน เอกสารนั้นดูเหมือนจะเป็นกุญแจสำคัญของเรื่องทั้งหมด บรรยากาศในห้องทำงานที่ดูหรูแต่เย็นชาสะท้อนถึงอำนาจและการต่อสู้ทางธุรกิจที่ซ่อนอยู่ใน พันธสัญญายามตื่น ได้อย่างลงตัวและน่าติดตาม
ฉากที่ผู้ชายพยายามยืนทรงตัวโดยใช้บาร์ไม้เป็นที่ยึดทำให้เห็นถึงความพยายามอย่างมหาศาล เขาเหงื่อตกและหายใจหนักแต่ก็ไม่ยอมแพ้ ผู้ช่วยเหลือที่ยืนอยู่ข้างๆก็ดูเป็นห่วงแต่ไม่กล้าเข้าไปยุ่งมากเกินไป ฉากนี้สื่อถึงความหวังในการกลับมาอีกครั้งหนึ่งซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนดูรู้สึกมีกำลังใจตามตัวละครไปด้วยและอยากเอาใจช่วยเขา
การแสดงสีหน้าของนางเอกในตอนร้องไห้ทำได้ละเอียดอ่อนมาก น้ำตาที่ไหลออกมาไม่ใช่แค่ความเศร้าแต่มีความน้อยใจและความกดดันผสมอยู่ เครื่องประดับที่เธอใส่ดูหรูหราแต่กลับตัดกับอารมณ์ที่แตกสลาย ฉากนี้ใน พันธสัญญายามตื่น ทำให้เราเข้าใจว่าความรวยไม่ได้หมายถึงความสุขเสมอไป บางครั้งความเจ็บปวดก็ซ่อนอยู่ในบ้านหลังใหญ่ได้อย่างเงียบงันและน่าสงสาร
ตัวละครผู้ชายชุดสูทดูเป็นตัวร้ายที่ชัดเจนจากแววตาและน้ำเสียงที่แข็งกร้าว การยื่นเอกสารให้ดูเหมือนเป็นการบังคับมากกว่าการเจรจา เราเดาว่าเขาน่าจะต้องการบางอย่างจากครอบครัวของนางเอกหรืออาจจะเกี่ยวข้องกับสภาพร่างกายของพระเอก ความขัดแย้งนี้ทำให้เนื้อเรื่องเดินเร็วและน่าติดตามขึ้นมากคนดูจะรอชมตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อและตื่นเต้น
ตัวละครคนใช้ผู้หญิงที่ออกมาพูดคุยกับชายรถเข็นดูเป็นคนที่รู้เห็นความลับบางอย่าง ท่าทางของเธอมีความเคารพแต่ก็มีความกังวลแฝอยู่ การที่เธอปิดประตูห้องเบาๆแสดงว่าเธอต้องการปกป้องความเป็นส่วนตัวให้เขา บทบาทเล็กๆนี้ช่วยเติมเต็มบรรยากาศของบ้านหลังนี้ให้ดูมีความลับซ่อนอยู่ทุกมุมทำให้เรื่อง พันธสัญญายามตื่น น่าค้นหาขึ้นไปอีกและมีความลึกซึ้ง
การใช้แสงสีฟ้าในห้องนอนและแสงสีส้มในออฟฟิศช่วยแบ่งแยกอารมณ์ของฉากได้ชัดเจน ฉากเศร้าจะใช้โทนเย็นในขณะที่ฉากต่อสู้ทางธุรกิจจะใช้โทนที่ดูร้อนแรงขึ้น การถ่ายทำมุมต่ำตึกสูงในตอนเปลี่ยนฉากก็ช่วยสื่อถึงความกดดันของชีวิตในเมืองใหญ่ได้ดีมาก งานภาพของเรื่องนี้ทำออกมาได้สวยงามและเข้ากับเนื้อเรื่องอย่างลงตัวทำให้คนดูอินไปกับอารมณ์ได้ง่ายขึ้น
ฉากสุดท้ายที่ผู้ชายเช็ดเหงื่อและมองไปข้างหน้าด้วยสายตามุ่งมั่นทำให้เราเชื่อว่าเขาจะต้องเดินได้อีกครั้งหนึ่ง ผ้าเช็ดหน้าและขวดน้ำที่ผู้ช่วยยื่นให้คือรายละเอียดเล็กๆที่แสดงถึงความใส่ใจระหว่างเจ้านายและลูกน้อง ความสัมพันธ์นี้ดูแน่นแฟ้นและน่าเชื่อถือทำให้ตัวละครดูมีมิติมากขึ้นไม่ใช่แค่พระเอกที่สมบูรณ์แบบแต่มีความพยายามอย่างแท้จริงและน่าชื่นชม
ดูจบแล้วรู้สึกอยากดูต่อทันทีเพราะปมเรื่องยังค้างคาเยอะมาก ทั้งเอกสารลับ สภาพร่างกายของพระเอก และน้ำตาของนางเอก ทุกอย่างเชื่อมโยงกันอยู่ใน พันธสัญญายามตื่น อย่างน่าสนใจ เราอยากรู้ว่าเอกสารนั้นคืออะไรและทำไมทุกคนถึงดูเครียดขนาดนี้ ใครที่ชอบดราม่าเข้มข้นไม่ควรพลาดเรื่องนี้เลยจริงๆรับรองว่าดูแล้วจะหยุดไม่ได้และติดงอมแงม