ฉากเปิดเรื่องด้วยเสียงเครื่องตรวจหัวใจที่ดังเป็นจังหวะ ตัดภาพมาที่หญิงสาวผมแดงในชุดผู้ป่วยที่มีขาหัก เธอพยายามจะลุกขึ้นแต่ถูกหญิงสาวในชุดดำลากออกไปอย่างโหดเหี้ยม ความเจ็บปวดทางกายยังไม่เท่าความเจ็บปวดทางใจเมื่อเห็นคนรักเดินจากไปพร้อมกับศัตรู เรื่องบัลเลต์ชิงมงกุฎเล่นกับอารมณ์คนดูได้เจ็บแสบมาก
ย้อนกลับไปดูฉากในห้องซ้อมบัลเลต์ นางเอกในชุดสีฟ้าอ่อนทุ่มเทฝึกซ้อมจนร่างกายบอบช้ำ แต่กลับถูกแม่บังคับกดดันอย่างหนัก ฉากที่เธอทุบรูปถ่ายจนกระจกแตกคือจุดแตกหักของจิตใจ การแสดงสีหน้าของนักแสดงสื่อถึงความสิ้นหวังได้ยอดเยี่ยม บัลเลต์ชิงมงกุฎไม่ใช่แค่เรื่องรักแต่เป็นเรื่องของการต่อสู้เพื่อฝัน
ตัวละครชายในชุดสูทสีดำดูเป็นผู้ใหญ่ใจดีในตอนแรก แต่พอเห็นฉากที่เขายืนมองหญิงสาวถูกทำร้ายโดยไม่เข้าไปช่วย แถมยังยิ้มเยาะกับลูกชายในชุดสีแดงตอนท้าย ทำให้รู้ว่าเขาอยู่ฝ่ายไหน ความละโมบของตระกูลนี้ช่างน่ารังเกียจจริงๆ ดูแล้วอยากกระโดดเข้าไปตบหน้าตัวละครมาก
ชอบฉากที่นางเอกต้องคลานไปกับพื้นเพื่อหยิบโทรศัพท์มาโทรหาใครสักคน น้ำตาที่ไหลอาบแก้มขณะพูดคุยทำให้คนดูจุกอกตามไปด้วย การถ่ายทำมุมต่ำทำให้เห็นความอ่อนแอของเธอได้ชัดเจนมาก บัลเลต์ชิงมงกุฎสร้างสถานการณ์ที่บีบคั้นอารมณ์คนดูได้เก่งจริงๆ อยากให้เธอหลุดพ้นจากนรกนี้เร็วๆ
ฉากที่หญิงสาวในชุดดำจูบกับชายหนุ่มตรงหน้าหญิงสาวขาหักคือจุดพีคของความโหดร้าย การที่เธอทำท่าทางเย้ยหยันก่อนจะเดินจากไปทิ้งให้คนเจ็บนอนร้องไห้อยู่คนเดียว ช่างเป็นภาพที่สะท้อนความชั่วร้ายของมนุษย์ได้ชัดเจน ดูแล้วรู้สึกโกรธแทนนางเอกจนตัวสั่น บัลเลต์ชิงมงกุฎสร้างตัวละครร้ายได้สะใจมาก
ตัวละครแม่ในฉากห้องเต้นรำแสดงออกถึงความหวังดีแต่ใช้วิธีที่ผิด การกดดันลูกสาวจนเธอระเบิดอารมณ์และทำลายข้าวของสะท้อนปัญหาครอบครัวได้ดีมาก สีหน้าตกใจของแม่เมื่อเห็นลูกสาวจะทิ้งบ้านไปทำให้รู้ว่าเธอเริ่มสำนึกผิด แต่อาจจะสายเกินไปแล้ว บัลเลต์ชิงมงกุฎสะท้อนปัญหาพ่อแม่กดดันลูกได้จริงมาก
การที่คนรักของนางเอกเดินจับมือกับศัตรูต่อหน้าเธอคือฉากที่เจ็บปวดที่สุดเรื่องหนึ่ง สีหน้าช็อกและน้ำตาที่ไหลไม่หยุดของนางเอกทำให้คนดูรู้สึกเจ็บตามไปด้วย การที่เธอพยายามจะลุกขึ้นแต่ถูกผลักล้มลงอีกครั้งเหมือนตอกย้ำความพ่ายแพ้ บัลเลต์ชิงมงกุฎเล่นกับความรู้สึกคนดูได้โหดร้ายมาก
ชอบการใช้สัญลักษณ์รูปถ่ายที่แตกและกระจกในห้องซ้อมที่สะท้อนจิตใจของนางเอกที่แตกสลาย การที่เธอเคยเป็นนักบัลเลต์ที่มีความฝันแต่ตอนนี้ต้องนอนติดเตียงกับขาหักคือความขัดแย้งที่เจ็บปวด บัลเลต์ชิงมงกุฎใช้รายละเอียดเล็กๆน้อยๆเล่าเรื่องใหญ่ได้ยอดเยี่ยมมาก คุ้มค่าแก่การติดตาม
แม้ว่าเรื่องจะดราม่าหนักมากแต่ก็ยังมีความหวังเล็กๆเมื่อเห็นนางเอกพยายามคลานไปหยิบโทรศัพท์ แสดงว่าเธอยังไม่ยอมแพ้ชีวิต การที่เธอโทรหาใครสักคนอาจเป็นจุดเปลี่ยนของเรื่อง บัลเลต์ชิงมงกุฎสอนให้เราไม่ยอมแพ้แม้ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด เป็นกำลังใจให้นางเอกสู้ๆนะ
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าความรักที่ไม่จริงใจและการหักหลังจากคนใกล้ชิดคือสิ่งที่เจ็บปวดที่สุด การที่นางเอกต้องสูญเสียทั้งขาและความรักในเวลาเดียวกันคือบททดสอบที่โหดร้าย แต่เชื่อว่าเธอจะแข็งแกร่งขึ้นจากเรื่องนี้ บัลเลต์ชิงมงกุฎเป็นเรื่องราวของการเติบโตผ่านความเจ็บปวดที่ควรค่าแก่การดู
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม