ชอบโมเมนต์ที่ชายหนุ่มในสูทสีน้ำเงินเขินจนทำตัวไม่ถูกตอนหญิงสาวเข้ามาใกล้ แววตาที่สั่นไหวและมือที่กำแก้วไวน์แน่นสื่อถึงความในใจที่เก็บกดไว้ได้ดีมาก ฉากที่เขาลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหาเธอเพื่อจัดผมให้ เป็นช็อตที่หวานจนใจละลายจริงๆ แต่พอเห็นแววตาของเธอที่เปลี่ยนจากกังวลเป็นมุ่งมั่น ก็เริ่มสงสัยแล้วว่าเธอวางแผนอะไรไว้กันแน่ ดูในเนตชอร์ตแล้วติดหนึบมาก
การดำเนินเรื่องในทำไมสามีฉันเป็นมหาเศรษฐีล่ะ ทำได้ดีมากในการปูพื้นอารมณ์ จากฉากโทรศัพท์ที่ดูจริงจัง มาสู่ฉากเผชิญหน้าที่เต็มไปด้วยความเข้าใจผิด ชายหนุ่มดูเหมือนจะกลัวความผิดบางอย่างจนตัวสั่น ส่วนหญิงสาวก็พยายามทุกวิถีทางเพื่อให้เขาไว้ใจ ฉากจบที่มีชายอีกคนเข้ามาดึงตัวเธอไป สร้างความสงสัยให้คนดูสุดๆ ว่าเขาเป็นใครและเกี่ยวข้องกับปมปัญหาอย่างไร
ต้องยกนิ้วให้การแสดงของนักแสดงนำทั้งคู่ สายตาที่ส่งถึงกันมันบอกเล่าเรื่องราวได้มากกว่าคำพูดเสียอีก โดยเฉพาะฉากที่ชายหนุ่มพยายามอธิบายอะไรบางอย่างด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ในขณะที่หญิงสาวกลับยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย มันทำให้เรารู้สึกว่าเธออาจจะรู้อะไรมากกว่าที่แสดงออกมา การแต่งกายที่หรูหราเข้ากับฉากหลังที่เป็นห้องทำงานไม้สักยิ่งเสริมบรรยากาศให้ดูแพงและมีระดับ
ดูจบแล้วอยากดูต่อทันที เพราะปมปัญหายังไม่คลี่คลาย ชายหนุ่มที่ดูรวยและมีอำนาจแต่กลับกลัวผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอขนาดนี้ มันต้องมีเบื้องหลังแน่นอน ฉากที่เธอจับคางเขาแล้วจ้องตาเขม็ง เป็นช็อตที่ทรงพลังมาก แสดงให้เห็นว่าเธอไม่ได้มาเล่นๆ ส่วนฉากสุดท้ายที่เธอถูกดึงตัวไปพร้อมน้ำตาในดวงตา ยิ่งทำให้คนดูอย่างเราเป็นห่วงและอยากรู้ว่าตอนต่อไปจะเป็นยังไง
ผู้กำกับเก่งมากในการใช้แสงและมุมกล้องเพื่อสร้างอารมณ์ ฉากในห้องทำงานที่แสงสลัวกับเงาสะท้อนจากแก้วไวน์ ช่วยเน้นความเหงาและความเครียดของตัวละครชายได้ดี ในขณะที่ชุดสีชมพูอ่อนของหญิงสาวก็เปรียบเสมือนแสงสว่างที่เข้ามาในชีวิตเขา เรื่องราวในทำไมสามีฉันเป็นมหาเศรษฐีล่ะ ไม่ได้มีแค่ความดราม่า แต่ยังแฝงความโรแมนติกที่ค่อยๆ เบ่งบานท่ามกลางความเข้าใจผิด