ต้องยกนิ้วให้นักแสดงในทนายกับทายาท โดยเฉพาะพระเอกที่เล่นบทคนมีความทุกข์ได้เนียนมาก ไม่ต้องร้องไห้โฮ แต่แค่แววตาที่แดงก่ำและปากที่สั่นเล็กน้อย ก็ทำให้เรารู้สึกเจ็บแทนแล้ว ฉากที่เขามองผู้หญิงคนแรกแล้วต้องมาคุยกับผู้หญิงคนที่สอง มันมีความขัดแย้งในใจที่ชัดเจนมาก คนดูรู้สึกได้เลยว่าเขาไม่ได้อยากอยู่ตรงนั้นแต่ต้องทำ การแสดงระดับนี้หาชมยากในซีรีส์สั้นทั่วไป
ฉากในห้องโรงแรมของทนายกับทายาท คือจุดพีคที่ทำให้เรื่องยิ่งน่าสนใจ การที่พระเอกถือผ้าขาวแล้วเดินเข้าไปเจอผู้หญิงในชุดสูทขาว มันเหมือนสัญลักษณ์บางอย่างที่บอกว่าเป็นการเผชิญหน้าครั้งสำคัญ บทสนทนาที่ดูเหมือนจะปกติแต่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้ง ทำให้คนดูต้องคอยจับผิดทุกคำพูด ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูมีความลับซ่อนอยู่ ยิ่งดูยิ่งอยากรู้ว่าเบื้องหลังคืออะไรกันแน่
ดูทนายกับทายาท แล้วต้องบอกว่าบทเขียนได้ดราม่ามาก พระเอกดูเหมือนจะติดอยู่ในกับดักความสัมพันธ์ที่ยุ่งเหยิง ฉากที่ผู้หญิงคนแรกเดินหนีไปทิ้งให้เขายืนงงคนเดียว มันสื่อถึงความโดดเดี่ยวได้ดีมาก พอมาเจอผู้หญิงคนที่สองในห้องโรงแรม ยิ่งทำให้สงสัยว่าตกลงเขาต้องการอะไรกันแน่ ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครดูมีชั้นเชิง ไม่ใช่แค่รักง่ายๆ แต่เต็มไปด้วยผลประโยชน์และความเข้าใจผิดที่แก้ไม่ตก
ชอบการจัดแสงและมุมกล้องในทนายกับทายาท มาก โดยเฉพาะฉากในล็อบบี้โรงแรมที่ดูมืดและวังเวง ตัดกับฉากในห้องนอนที่แสงอุ่นแต่กลับรู้สึกอึดอัด การที่พระเอกเดินเข้ามาแล้วต้องมาเจอผู้หญิงอีกคน มันเหมือนการเผชิญหน้ากับความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ รายละเอียดอย่างการเคาะประตูแล้วเงียบไปก่อนเปิด มันสร้างความลุ้นระทึกเล็กๆ แต่ทรงพลังมาก คนดูอย่างเราแทบจะกลั้นหายใจตาม
ฉากเปิดเรื่องในทนายกับทายาท ทำเอาคนดูจุกอกทันที สายตาของพระเอกที่มองนางเอกคนแรกเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความสับสน เหมือนมีอะไรอยากพูดแต่พูดไม่ออก การตัดสลับมาที่ฉากโรงแรมยิ่งเพิ่มความกดดัน บรรยากาศในห้องที่ดูหรูหราแต่กลับเย็นชาเหมือนใจคน ดูแล้วรู้สึกอึดอัดแทนตัวละครจริงๆ การแสดงสีหน้าละเอียดมาก ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะก็สื่ออารมณ์ได้ครบถ้วน