PreviousLater
Close

ถอดดอกชักดาบ ตอนที่ 1

2.0K2.1K

เรื่องย่อ

ถันเฉิงอวี้ถูกบังคับให้ใช้ชีวิตเป็นนักงิ้วแต่งหน้าแต่งตัว และสาบานว่าจะไม่จับดาบเพื่อปกป้องมารดา จนเมื่อจอมมารหวนคืนและยุทธภพตกอยู่ในอันตราย เขาจึงถอดดอกโบตั๋น ชักดาบมังกรที่หลับใหลมานาน เผยตัวตนที่แท้จริงในฐานะเทพสงคราม พร้อมกลับมาล้างแค้นให้มารดาและทวงศักดิ์ศรีคืนจากตระกูล
  • Instagram

แนะนำล่าสุด

รีวิวตอนนี้

ดูเพิ่มเติม

การแสดงที่ซ่อนคมดาบ

ฉากเปิดเรื่องช่างงดงามด้วยแสงไฟยามค่ำคืน แต่ความสงบนั้นถูกทำลายลงทันทีเมื่อชายชุดดำบุกเข้ามา การต่อสู้ระหว่างเขากับนักรบชุดน้ำเงินนั้นรวดเร็วและดุดันมาก แต่จุดพีคจริงๆ คือตอนที่ชายชราผมขาวใช้อำนาจบางอย่างผลักศัตรูจนกระเด็นไปไกล มันช่างน่าทึ่งจริงๆ เหมือนดูเรื่อง ถอดดอกชักดาบ ที่พระเอกมีพลังแฝงอยู่

รอยยิ้มใต้หน้ากากศิลปิน

ชอบตัวละครชายหนุ่มในชุดสีฟ้าอ่อนที่แสดงอยู่บนเวทีมาก ท่าทางของเขาอ่อนช้อยเหมือนกำลังร่ายรำ แต่แววตากลับเย็นชาและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม ตอนที่เขาปัดป้องการโจมตีของชายชุดดำด้วยแขนเสื้อเพียงเบาๆ แสดงให้เห็นว่าเขาคือตัวจริงที่ซ่อนเก่งที่สุด ฉากนี้ทำให้คิดถึงพล็อตใน ถอดดอกชักดาบ ที่คนดูถูกหลอกจนหมด

ความขัดแย้งในโรงละคร

บรรยากาศในโรงละครเปลี่ยนจากความสุขสันต์เป็นความตึงเครียดได้อย่างรวดเร็ว เสียงหัวเราะของผู้ชมกลายเป็นความเงียบงันเมื่อมีผู้บุกรุกเข้ามา การปะทะกันของดาบที่ส่งประกายไฟนั้นถ่ายทำออกมาได้สมจริงมาก โดยเฉพาะฉากที่ชายชุดดำถูกเหวี่ยงออกไปแล้วล้มลงพื้นอย่างแรง ช่างเป็นฉากที่บีบหัวใจคนดูจริงๆ

พลังแห่งผู้เฒ่าผมขาว

ตัวละครชายชราผมขาวที่เดินเข้ามาพร้อมลูกน้องนั้นดูมีอำนาจมาก แม้ร่างกายจะดูอ่อนล้าแต่แววตากลับดุดัน ตอนที่เขาใช้อำนาจภายในผลักชายชุดดำออกไปนั้น ช่างน่าเกรงขามสุดๆ การแสดงออกทางสีหน้าของเขาตอนจบที่มองไปยังร่างที่นอนอยู่พื้นนั้นสื่อความหมายได้ลึกซึ้งมาก เหมือนตอนจบของ ถอดดอกชักดาบ ที่ทิ้งปมไว้ให้คิด

ศิลปะการต่อสู้ที่สวยงาม

ฉากการต่อสู้ในเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ความรุนแรง แต่ยังมีความสวยงามของท่วงท่าอีกด้วย โดยเฉพาะตอนที่ชายชุดน้ำเงินกระโดดหลบการโจมตีและสวนกลับได้อย่างคล่องแคล่ว ฉากสโลว์โมชั่นตอนดาบกระทบกันนั้นทำออกมาได้ดีมาก ทำให้เห็นรายละเอียดของการต่อสู้ชัดเจน เป็นฉากที่ดูแล้วต้องกดหยุดดูซ้ำหลายรอบทีเดียว

ความลับของนักแสดงบนเวที

ใครจะคิดว่านักแสดงบนเวทีที่ดูอ่อนโยนจะมีความสามารถขนาดนี้ ท่าทางที่เขาขยับแขนเสื้อนั้นดูเหมือนการเต้นรำ แต่กลับสามารถป้องกันตัวจากนักฆ่าได้ การแสดงสีหน้าที่ไม่ยี่หระต่อสถานการณ์ตรงหน้าทำให้รู้ว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา ฉากนี้ทำให้ผมต้องไปหาเรื่อง ถอดดอกชักดาบ มาดูเพิ่มทันที เพราะอยากรู้เบื้องหลังของเขา

ฉากจบที่ทิ้งปม

ตอนจบของคลิปนี้ทำออกมาได้ลุ้นมาก ชายชุดดำนอนหมดสภาพอยู่พื้น ในขณะที่ชายชราและลูกน้องยืนมองด้วยสีหน้าซับซ้อน ส่วนชายหนุ่มบนเวทีก็ยังยืนนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความเงียบในฉากนี้ดังกว่าเสียงดาบฟาดฟันเสียอีก มันทิ้งคำถามไว้เยอะมากว่าใครคือคนร้ายตัวจริงกันแน่

การแต่งกายที่วิจิตรบรรจง

ต้องชื่นชมทีมคอสตูมในเรื่องนี้มาก ชุดของตัวละครแต่ละตัวมีความละเอียดและสวยงามมาก โดยเฉพาะชุดสีฟ้าอ่อนของนักแสดงที่มีลวดลายประณีต ตัดกับชุดสีดำทึบของนักฆ่าได้อย่างชัดเจน การแต่งกายช่วยบอกสถานะและบุคลิกของตัวละครได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเลย เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้เรื่องดูมีมิติขึ้นมาก

อารมณ์ร่วมของผู้ชมในโรง

ชอบฉากที่ตัดมาที่หน้าผู้ชมในโรงละครมาก จากที่กำลังหัวเราะชอบใจกับมุกตลก กลับเปลี่ยนเป็นหน้าตาตื่นตระหนกเมื่อเกิดเหตุขึ้น การแสดงออกของตัวประกอบเหล่านี้ทำให้เราอินไปกับสถานการณ์มากขึ้น เหมือนเราได้นั่งอยู่ในโรงละครนั้นจริงๆ และกำลังเผชิญหน้ากับอันตรายร่วมกับพวกเขา

ฉากแอ็คชั่นที่เหนือจริง

ฉากที่ชายชุดดำถูกแรงลมพัดกระเด็นออกไปนั้นทำเอฟเฟกต์ออกมาได้น่าทึ่งมาก มันดูเหนือจริงแต่ก็ยังคงความสมจริงของแรงปะทะไว้ได้ การที่ตัวละครลอยไปไกลแล้วกระแทกพื้นนั้นสื่อถึงพลังที่มหาศาลของผู้โจมตีได้เป็นอย่างดี เป็นฉากที่ดูแล้วรู้สึกสะใจและตื่นเต้นไปพร้อมๆ กัน เหมือนฉากสำคัญใน ถอดดอกชักดาบ