ชอบมากที่เรื่องไม่เน้นการต่อสู้ด้วยกำลังอย่างเดียว แต่ใช้การเจรจาและภาษากายในการข่มขวัญกัน ฉากที่ชายชุดสูทพยายามขู่แต่กลับถูกนักดาบเงียบใส่ ทำให้เห็นระดับชั้นของอำนาจที่ต่างกัน การเทชาทิ้งเป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจนว่าดีลนี้ล้มเหลว และนำไปสู่การเตรียมตัวของอีกฝ่ายในฉากต่อมา เนื้อหาใน ตกหลุมรักขอทานตัวพ่อ ช่วงนี้เดินเรื่องเร็วและสนุกมาก ไม่มีความน่าเบื่อเลย
พล็อตเรื่องหักมุมแบบไม่ทันตั้งตัว จากฉากชายหนุ่มแช่ฟองสบู่อย่างสบายใจกับหญิงสาวในชุดขาว กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ การที่ผู้หญิงนำชุดสูทมาให้นั้นเหมือนเป็นการปลุกพลังบางอย่าง การตัดต่อช่วงเปลี่ยนชุดทำออกมาได้เท่มาก ดูแล้วรู้สึกฮึกเหิมเหมือนกำลังดูพระเอกกลับมารีเฟรชตัวเองใน ตกหลุมรักขอทานตัวพ่อ เลยทีเดียว
ต้องชื่นชมทีมโปรดักชั่นที่เนรมิตฉากคฤหาสน์และห้องอาบน้ำได้หรูหราขนาดนี้ แสงสีและมุมกล้องช่วยขับเน้นอารมณ์ตัวละครได้ดีมาก โดยเฉพาะสีหน้าของชายชุดสูทที่เปลี่ยนจากมั่นใจเป็นช็อกเมื่อเห็นชาในถ้วย ส่วนฉากหลังที่ชายหนุ่มในชุดคลุมอาบน้ำมองกระจกแล้วตัดสินใจเปลี่ยนตัวเอง มันสื่อถึงความมุ่งมั่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสบายใน ตกหลุมรักขอทานตัวพ่อ ได้อย่างลงตัว
ตัวละครหญิงในชุดขาวดูมีเสน่ห์และลึกลับมาก เธอไม่ใช่แค่คนสวยแต่ดูเหมือนจะเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง การที่เธอเดินเข้ามาในห้องน้ำแล้วยื่นถุงดำให้ชายหนุ่ม มันเหมือนการมอบภารกิจสำคัญ ฉากที่เธอมองชายหนุ่มในชุดสูทด้วยความภูมิใจในตอนท้าย บอกเป็นนัยว่าแผนการของเธอสำเร็จแล้ว บทบาทของเธอใน ตกหลุมรักขอทานตัวพ่อ น่าจะเป็นกุญแจสำคัญของเรื่องเลย
ฉากเปิดเรื่องในคฤหาสน์หรูดูอลังการมาก ชายชุดสูทสีน้ำตาลดูมีอำนาจแต่กลับต้องเผชิญหน้ากับนักดาบสวมหน้ากากเงินที่ดูน่าเกรงขาม การเจรจาที่ตึงเครียดจบลงด้วยการเทชาทิ้งอย่างน่าตกใจ เหมือนเป็นการประกาศสงครามกันชัดๆ บรรยากาศในซีรีส์ ตกหลุมรักขอทานตัวพ่อ ช่วงนี้ดูเข้มข้นและน่าติดตามมาก อยากรู้ว่าเบื้องหลังความขัดแย้งนี้คืออะไรกันแน่