ตอนแรกเห็นเพื่อนสาวถือถุงพลาสติกเข้ามาด้วยรอยยิ้ม นึกว่าจะเป็นเรื่องดีๆ แต่พอเห็นปฏิกิริยาของคนป่วยแล้วถึงกับอึ้ง สีหน้าที่เปลี่ยนจากดีใจเป็นตกใจและหวาดกลัวบอกเลยว่าเรื่องใหญ่แน่ๆ การแสดงของนักแสดงนำถ่ายทอดอารมณ์ได้ละเอียดมาก โดยเฉพาะฉากที่จับมือกันแล้วร้องไห้ ยิ่งดูยิ่งรู้สึกถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนใน ดอกไม้ที่บานในฤดูหนาว
ตัวละครชายชุดดำคนนี้ช่างน่าค้นหาจริงๆ ยืนนิ่งๆ ไม่พูดไม่จาแต่สายตาจับจ้องไปที่คนป่วยตลอดเวลา เหมือนมีอะไรติดค้างในใจหรืออาจจะเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดก็ได้ การวางตัวละครให้ยืนแยกออกมาแบบนี้สร้างความรู้สึกโดดเดี่ยวและเย็นชาได้ดีมาก เป็นฉากที่เงียบแต่ทรงพลังที่สุดใน ดอกไม้ที่บานในฤดูหนาว เลยก็ว่าได้
จู่ๆ ก็ตัดฉากไปที่ภายนอกตึกที่แดดจ้า หญิงสาวในชุดนักเรียนวิ่งตามชายชุดดำแล้วถูกผลักล้มลงพื้นฉากนี้ช็อกมาก! จากฉากในห้องที่เงียบเหงา มาเป็นฉากภายนอกที่รุนแรงและดราม่าจัดเต็ม การถูกทิ้งไว้กลางถนนทั้งที่พยายามรั้งเขาไว้ มันสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แตกหักได้อย่างเจ็บปวดมาก เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เข้าใจปมในใจของตัวละครใน ดอกไม้ที่บานในฤดูหนาว
ชอบฉากที่เพื่อนสาวพยายามจะเดินออกไปแต่ถูกคนป่วยดึงแขนไว้แน่น สีหน้าของทั้งคู่บอกเล่าเรื่องราวมากมายโดยไม่ต้องใช้คำพูด ความอึดอัด ความห่วงใย และความกลัวผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก การแสดงสีหน้าของนักแสดงทั้งสองคนธรรมชาติมาก ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนแอบมองสถานการณ์จริงผ่านกล้องใน ดอกไม้ที่บานในฤดูหนาว
เห็นเพื่อนสาวพยายามยิ้มและทำท่าทางร่าเริงเพื่อปลอบใจคนป่วย แต่พอเห็นแววตาของคนป่วยแล้วเพื่อนสาวก็ทนไม่ไหว ร้องไห้ออกมาทันที ฉากนี้สะเทือนใจมาก มันแสดงให้เห็นว่าบางครั้งความหวังดีก็อาจไม่เพียงพอเมื่อความจริงมันโหดร้ายเกินไป การดำเนินเรื่องใน ดอกไม้ที่บานในฤดูหนาว ช่วงนี้เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีจริงๆ