ดูแล้วอินมากกับความรู้สึกของชาร์ลีที่เบื่อชีวิตอมตะ ฉากที่กินไม้กางเขนช็อกโกแลตนี่ตลกจนกลิ้งเลย แมวส้มกับสาวหูแมวก็ช่วยกันปั่นหน้าฮาๆ เรื่อง จ้าวเหมียวปั้นหน้าล่าบอส ทำออกมาได้ไม่น่าเบื่อเลย ฉากเอฟเฟกต์แปลงร่างแมวไร้ขนคือละเอียดมาก อยากให้ตอนต่อไปชาร์ลีเริ่มยิ้มได้บ้างนะ ความสัมพันธ์เริ่มน่าสนใจแล้ว
ใครจะคิดว่าแมวสฟิงซ์จะน่ารักขนาดนี้ ตอนใส่หมวกแม่มดแล้วทำหน้าตลกคือขำไม่หยุด ชาร์ลีดูเย็นชาแต่จริงๆ ก็ใจดีนะ เห็นตอนอุ้มแมวแล้วตาเป็นประกายเลย ฉากในปราสาทสวยมากเหมือนอยู่ยุโรป เรื่อง จ้าวเหมียวปั้นหน้าล่าบอส นี้ภาพสวยทุกเฟรมจริงๆ อยากดูตอนชาร์ลีหายซึมเศร้าสักที คนดูอย่างเราใจชื้นแทนแล้วล่ะ
เทคโนโลยีในเรื่องล้ำมาก สาวหูแมวใช้หน้าจอเลือกสายพันธุ์แมวได้เหมือนเล่นเกม ฉากนี้ทำให้รู้ว่าเขาพยายามหาอะไรมาเติมเต็มให้ชาร์ลีจริงๆ แมวส้มก็ทำหน้าที่ได้ดีมากที่เป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ ดูแล้วอบอุ่นหัวใจมากสำหรับซีรีส์ จ้าวเหมียวปั้นหน้าล่าบอส ตอนจบที่ค่าความสัมพันธ์เป็นศูนย์นี่หักมุมมาก อยากทราบว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น
ฉากนี้คือพีคที่สุดเลยนะ ชาร์ลีถือไม้กางเขนเงินแล้วทำท่าเจ็บปวด แต่พอเปลี่ยนเป็นช็อกโกแลตกลับกินได้หมดเลย แสดงให้เห็นว่าความเชื่ออาจทำให้เราเจ็บปวดได้เอง เรื่องราวใน จ้าวเหมียวปั้นหน้าล่าบอส มีแฝงแง่คิดดีๆ แบบนี้ด้วยนะ ดนตรีประกอบตอนกินช็อกโกแลตก็ตลกมาก เข้ากับบรรยากาศสุดๆ เลย ชอบตัวละครชาร์ลีมาก
จากที่ชาร์ลีดูไม่สนใจอะไรเลย พอเจอแมวไร้ขนใส่หมวกแม่มดก็เริ่มเปลี่ยนไป ฉากที่แมวปีนขาแล้วชาร์ลีไม่ปัดทิ้งแสดงว่าเริ่มเปิดใจแล้วนะ การดำเนินเรื่องใน จ้าวเหมียวปั้นหน้าล่าบอส ไม่เร่งรีบเกินไป ให้เวลาตัวละครได้สร้างความรู้สึกกันจริงๆ ฉากหิมะตกนอกหน้าต่างก็โรแมนติกดีนะ อยากให้พัฒนาต่อไปเร็วๆ
ตอนแรกนึกว่าเป็นมนุษย์ธรรมดา กลับมีหูแมวและหางด้วย ฉากปรากฏตัวพร้อมแสงวิ้งๆ คือสวยมาก ชุดดำใส่แล้วดูดีสุดๆ เลย การออกแบบตัวละครในเรื่อง จ้าวเหมียวปั้นหน้าล่าบอส ทำออกมาได้ถูกใจคนดูมากเลยนะ อยากเห็นฉากต่อสู้บ้างแต่เน้นดราม่าก่อนก็ได้ ชาร์ลีกับสาวหูแมวเข้าคู่กันดีนะ
แมวส้มตัวนี้ไม่ใช่แมวธรรมดานะ พูดได้และมีสติปัญญาสูงมาก ช่วยแนะนำข้อมูลให้สาวหูแมวรู้เรื่องชาร์ลี ฉากที่ลอยอยู่เหนือหนังสือคือคิวท์มาก เรื่อง จ้าวเหมียวปั้นหน้าล่าบอส มีตัวละครสัตว์ที่ฉลาดแบบนี้ทำให้สนุกขึ้นเยอะเลย อยากให้มีบทบาทมากกว่านี้ในตอนต่อไปนะ ช่วยชาร์ลีให้หายเหงาได้แน่นอน
ชอบการตกแต่งฉากมาก โคมไฟระย้าเตาผิงไฟลุกโซ่ๆ ให้ความรู้สึกขลังและลึกลับ เหมาะกับตัวละครแวมไพร์อย่างชาร์ลีมากเลย แสงเงาในเรื่อง จ้าวเหมียวปั้นหน้าล่าบอส ทำออกมาได้เหมือนหนังใหญ่เลยนะ นั่งดูแล้วเพลินมากเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในนั้นจริงๆ อยากไปเที่ยวปราสาทแบบนี้บ้างจัง
ตอนแรกคิดว่าชาร์ลีจะชอบแมวแน่ๆ แต่พอเห็นหน้าจอค่าความสัมพันธ์เป็นศูนย์นี่ตกใจมาก เป็นมุกตลกที่เจ็บปวดดีนะ แสดงว่าชาร์ลียังปิดกั้นตัวเองอยู่ เรื่อง จ้าวเหมียวปั้นหน้าล่าบอส เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมากเลยนะ อยากให้ตอนหน้าชาร์ลีรู้ตัวบ้างว่าแมวพยายามขนาดไหน น่าสงสารแมวไร้ขนจัง
เรื่องนี้มีทั้งความดราม่าของแวมไพร์และความตลกของแมว ทำให้ดูไม่เครียดเกินไป ฉากที่แมวทำหน้าแปลกๆ ในกระจกคือฮามาก การเล่าเรื่องใน จ้าวเหมียวปั้นหน้าล่าบอส สมดุลได้ดีมากเลยนะ ทั้งภาพสวยและเนื้อหาสนุก อยากแนะนำเพื่อนให้มาดูด้วยกันเลย เชื่อว่าต้องชอบแน่นอนเลยล่ะ