พล็อตเรื่องในครรภ์ลับแผนลิขิตรัก ดูเหมือนจะวนเวียนอยู่กับการแก่งแย่งชิงดีในวัง แต่การดำเนินเรื่องทำได้รวดเร็วและน่าสนใจมาก ฉากที่หญิงชุดขาวล้มลงแล้วไม่มีใครเข้าไปช่วยทันที สะท้อนให้เห็นถึงความโหดร้ายของกฎระเบียบในวังได้ชัดเจน ตัวละครแต่ละตัวมีมิติและแรงจูงใจที่ซับซ้อน ทำให้คนดูต้องคอยเดาว่าใครกันแน่ที่เป็นคนดีหรือคนร้ายในเรื่องนี้
ต้องยกนิ้วให้ทีมคอสตูมของครรภ์ลับแผนลิขิตรัก เลย ชุดแต่ละชุดมีความประณีตและสวยงามมาก โดยเฉพาะชุดสีฟ้าของนางเอกที่ดูอ่อนโยนแต่ทรงพลัง ตัดกับชุดสีทองของพระพันปีที่ดูทรงอำนาจและน่าเกรงขาม การจัดวางองค์ประกอบภาพในแต่ละฉากก็ทำได้ดีมาก ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในยุคโบราณจริงๆ การดูในแอปพลิเคชันทำให้เห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้ชัดเจนขึ้น
การดำเนินเรื่องในครรภ์ลับแผนลิขิตรัก ทำได้ดีมากในการค่อยๆ เปิดเผยปมดราม่าทีละนิด ไม่รีบร้อนจนเกินไป ฉากที่พระพันปีพูดคุยกับฮ่องเต้ดูมีความตึงเครียดแฝงอยู่ทุกคำพูด สายตาที่มองกันเต็มไปด้วยความหมายซ่อนเร้น ทำให้คนดูต้องคอยจับผิดทุกการเคลื่อนไหวของตัวละคร เรื่องราวความรักและการหักหลังในวังหลวงเป็นเรื่องที่ไม่เคยเก่าและดึงดูดใจคนดูได้เสมอ
สิ่งที่ชอบที่สุดในครรภ์ลับแผนลิขิตรัก คือการแสดงผ่านสายตาของนักแสดงทุกคน ไม่ต้องพูดเยอะแต่สื่ออารมณ์ได้ชัดเจนมาก โดยเฉพาะฉากที่นางเอกชุดฟ้ามองไปยังหญิงชุดขาวที่นอนอยู่บนพื้น สายตานั้นมีความสงสารผสมกับความกลัวอย่างบอกไม่ถูก การแสดงแบบนี้ทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับตัวละครได้ง่ายมาก และทำให้เรื่องราวมีความสมจริงมากขึ้นแม้จะเป็นฉากในวังที่ดูไกลตัว
ดูครรภ์ลับแผนลิขิตรัก แล้วรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนกองดินระเบิดที่รอวันระเบิด ความขัดแย้งระหว่างตัวละครต่างๆ ดูเหมือนจะสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกฉากที่ผ่านไป ฉากที่หญิงชุดขาววิ่งเข้ามาในห้องประชุมดูจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เรื่องราววุ่นวายมากขึ้น การเผชิญหน้าระหว่างพระพันปีและฮ่องเต้ก็ดูมีความหมายซ่อนเร้นที่ทำให้คนดูต้องลุ้นว่าเรื่องจะจบลงอย่างไร