ฉากเปิดด้วยชามแตกและของเหลวไหลเยิ้มบนพื้นกระเบื้องสีขาว สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แตกสลายของตัวละครใน คิดบัญชีแค้น การที่แม่สามีใส่ชุดคลุมไหมสีม่วงเข้มยืนกอดอกมองลูกสะใภ้ด้วยสายตาเย็นชา ในขณะที่สามีแค่ยืนมองเฉยๆ ไม่เข้าไปช่วย มันช่างน่าอึดอัดจนหายใจไม่ออก บรรยากาศในห้องครัวที่ดูหรูหราแต่กลับเต็มไปด้วยความกดดัน ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังแอบฟังเรื่องลับของครอบครัวนี้จริงๆ
ชอบมากตรงดีเทลที่นางเอกเก็บเศษชามด้วยมือเปล่าจนนิ้วมีเลือดไหล แล้วเอาไปแตะหน้าจอโทรศัพท์ที่มีข้อความด่าทอจากโซฟี มันเหมือนสัญลักษณ์ว่าความเจ็บปวดทางกายยังไม่เท่าความเจ็บปวดทางใจที่ถูกคนรอบข้างทำร้าย เรื่อง คิดบัญชีแค้น เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากที่นางเอกเงยหน้ามองขึ้นฟ้าด้วยสายตาว่างเปล่า มันบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดโดยไม่ต้องใช้คำพูดแม้แต่คำเดียว
การแต่งตัวของตัวละครใน คิดบัญชีแค้น บอกเล่าสถานะทางสังคมได้ชัดเจนมาก แม่สามีใส่ชุดคลุมไหมสีม่วงดูมีอำนาจและควบคุมทุกอย่าง ในขณะที่ลูกสะใภ้เปลี่ยนจากชุดนอนมาเป็นชุดสูทสีดำที่ดูแข็งทื่อ เหมือนเธอต้องใส่เกราะป้องกันตัวเองจากโลกภายนอก สามีใส่สูทสีน้ำเงินเข้มที่ยืนอยู่ตรงกลางแต่กลับไม่ทำอะไรเลย เป็นภาพแทนของคนที่อยู่ระหว่างไฟแต่เลือกที่จะไม่ยุ่ง
ไม่คิดว่าฉากในห้องครัวจะตึงเครียดได้ขนาดนี้ คิดบัญชีแค้น ใช้พื้นที่จำกัดอย่างห้องครัวสร้างดราม่าได้สุดยอด แสงไฟจากโคมแขวนที่ส่องลงมาบนเกาะกลางครัวเหมือนสปอร์ตไลท์ที่กำลังส่องไปที่ตัวละครทั้งสาม คนดูรู้สึกเหมือนกำลังดูละครเวทีที่ทุกคนกำลังแสดงบทบาทของตัวเองอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะฉากที่แม่สามีเดินออกจากครัวทิ้งให้ลูกสะใภ้อยู่คนเดียว มันช่างโดดเดี่ยวและน่าสงสาร
ฉากที่นางเอกเอาเลือดไปแตะหน้าจอโทรศัพท์ที่มีข้อความจากโซฟี มันช่างเป็นภาพที่ทรงพลังมาก แม้ข้อความจะอ่านไม่ออกแต่เรารู้สึกได้ถึงความโกรธแค้นและความเจ็บปวดที่ส่งผ่านหน้าจอ คิดบัญชีแค้น เล่นกับสัญลักษณ์ได้ดีมาก เลือดที่ไหลจากนิ้วมือมันไม่ใช่แค่เลือดธรรมดา แต่มันคือสัญลักษณ์ของความเจ็บปวดที่ถูกกดทับมานานจนระเบิดออกมา
ตัวละครสามีใน คิดบัญชีแค้น น่ากลัวตรงที่เขาไม่พูดอะไรเลย แค่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นตรงหน้า การที่เขาเปิดประตูตู้เย็นแล้วปิดโดยไม่พูดอะไร มันบอกเล่าถึงความเย็นชาและความไม่ใส่ใจที่มีต่อภรรยาของตัวเอง คนดูรู้สึกอยากตะโกนบอกว่าทำไมไม่เข้าไปช่วยภรรยาบ้าง แต่เขาก็เลือกที่จะเดินหนีทิ้งให้ผู้หญิงสองคนจัดการปัญหาเอง
ฉากที่นางเอกก้มเก็บเศษชามด้วยมือเปล่ามันช่างน่าใจหายมาก คิดบัญชีแค้น ใช้วัตถุธรรมดาอย่างชามแตกมาสื่อถึงความสัมพันธ์ที่แตกสลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทุกครั้งที่เธอเก็บเศษชามขึ้นมา มันเหมือนเธอพยายามเก็บชิ้นส่วนของชีวิตตัวเองที่แตกสลายกลับมารวมกัน แต่ยิ่งพยายามก็ยิ่งเจ็บมือมากขึ้น
การแสดงของนักแสดงใน คิดบัญชีแค้น ยอดมากโดยเฉพาะฉากที่แม่สามีมองลูกสะใภ้ด้วยสายตาเย็นชา มันไม่ต้องพูดอะไรเลยแต่คนดูรู้สึกได้ทันทีว่ามีความเกลียดชังซ่อนอยู่ ในขณะที่นางเอกก็แสดงออกทางสีหน้าได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากที่เธอมองเลือดที่ไหลจากนิ้วแล้วมองไปที่โทรศัพท์ มันเหมือนเธอตัดสินใจอะไรบางอย่างที่สำคัญมาก
การถ่ายภาพใน คิดบัญชีแค้น ใช้แสงและเงาได้ดีมาก แสงจากหน้าต่างที่ส่องเข้ามาในห้องครัวสร้างเงาที่ยาวเหยียดบนพื้นกระเบื้อง มันเหมือนสัญลักษณ์ว่าความลับและความมืดมนกำลังคืบคลานเข้ามาในชีวิตของตัวละคร โดยเฉพาะฉากที่นางเอกนั่งอยู่คนเดียวในห้องครัว แสงที่ส่องลงมาบนตัวเธอทำให้เธอดูโดดเดี่ยวและน่าสงสารมาก
การเปลี่ยนฉากจากห้องครัวที่ตึงเครียดไปยังร้านกาแฟที่อบอุ่นในฉากสุดท้ายของ คิดบัญชีแค้น มันช่างเป็นความขัดแย้งที่น่าสนใจมาก จากความเย็นชาและความกดดันในห้องครัว ไปสู่ความอบอุ่นและแสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่างร้านกาแฟ มันเหมือนสัญลักษณ์ว่าหลังจากพายุผ่านไปก็จะมีแสงสว่างรออยู่ข้างหน้า คนดูรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม