การตั้งค่าฉากในห้องโรงพยาบาลที่ดูสะอาดและสงบแต่กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดของผู้คนเป็นสิ่งที่ทำได้ดีมาก แสงสว่างและมุมกล้องช่วยเน้นอารมณ์ของตัวละครแต่ละคนได้อย่างชัดเจน ในไม่มีใครรักลูกตั้งแต่เกิด ยกเว้นพ่อนะ ใช้สถานที่ธรรมดาให้กลายเป็นจุดเดือดของเรื่องราวได้อย่างน่าทึ่ง การที่ทุกคนมายืนเบียดเสียดกันในห้องเล็กๆ ทำให้รู้สึกอึดอัดและลุ้นไปกับชะตากรรมของตัวละครหลักทุกวินาที
วินาทีที่ชายชุดดำยื่นบัตรให้ชายบนเตียงคือจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องตกตะลึง สีหน้าของมาดามชุดฟ้าและตำรวจเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเห็นบัตรใบนั้น ในไม่มีใครรักลูกตั้งแต่เกิด ยกเว้นพ่อนะ ฉากนี้บอกใบ้ว่าชายบนเตียงอาจมีสถานะหรืออำนาจที่มากกว่าที่ใครๆ คิด การดำเนินเรื่องที่รวดเร็วและหักมุมแบบนี้ทำให้คนดูติดหนึบและอยากกดดูตอนต่อไปทันทีเพื่อรู้ว่าบัตรใบนั้นคืออะไร
ตัวละครหญิงในชุดกี่เพ้าสีฟ้าดูมีอำนาจและน่าเกรงขามมาก พยายามสั่งการทุกคนในห้องแต่กลับถูกชายชุดดำหักหน้าอย่างเจ็บแสบ การแสดงออกทางสีหน้าและน้ำเสียงของเธอทำให้รู้ว่าเธอคือตัวการสำคัญของปัญหาในไม่มีใครรักลูกตั้งแต่เกิด ยกเว้นพ่อนะ ฉากที่เธอพยายามจะเข้าไปทำร้ายหญิงสาวบนเตียงแต่ถูกกันไว้ทำให้คนดูรู้สึกสะใจและรอคอยตอนต่อไปที่จะเห็นเธอได้รับผลกรรม
ชายในชุดสูทสีดำที่นำทีมเข้ามาดูมีมาดขลังและน่าเกรงขามมาก การที่เขาคุกเข่าแล้วยื่นบัตรให้ชายบนเตียงเป็นฉากที่สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนในห้อง รวมถึงตำรวจที่ยืนอยู่ด้วย บัตรใบนั้นน่าจะเป็นกุญแจสำคัญในไม่มีใครรักลูกตั้งแต่เกิด ยกเว้นพ่อนะ ที่จะทำให้สถานการณ์เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ การแสดงของนักแสดงนำดูมีเสน่ห์และทรงพลังมากจนไม่อยากกระพริบตา
ตัวละครตำรวจในเครื่องแบบดูสับสนและทำอะไรไม่ถูกเมื่อเผชิญกับกลุ่มคนที่มีอิทธิพลมากกว่า การที่เขาพยายามจะเข้าไปห้ามแต่กลับถูกเมินเฉยทำให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพของกฎหมายในสถานการณ์นี้ ในไม่มีใครรักลูกตั้งแต่เกิด ยกเว้นพ่อนะ ฉากนี้สะท้อนความจริงที่ว่าบางครั้งอำนาจเงินและบารมีก็อยู่เหนือกฎระเบียบ ความรู้สึกอึดอัดของตำรวจทำให้คนดูรู้สึกร่วมไปกับสถานการณ์ที่ตึงเครียด