ต้องชื่นชมทีมคอสตูมของเพลิงรักสุมแค้นที่เลือกใช้เสื้อผ้าบอกเล่าเรื่องราวได้ชัดเจน หญิงสาวในชุดสีดำประดับเลื่อมสื่อถึงความแข็งแกร่งและความโกรธแค้นที่พร้อมจะระเบิดออกมา ในขณะที่หญิงชุดขาวดูอ่อนโยนแต่เปราะบางเหมือนแก้วที่พร้อมจะแตกสลาย ฉากที่หญิงชุดดำเดินนำหน้าพร้อมสีหน้าเย็นชา ตัดกับสีหน้าตกใจของชายในชุดสีน้ำตาล สร้างความขัดแย้งทางอารมณ์ที่ดึงดูดสายตาคนดูได้เป็นอย่างดี ทุกรายละเอียดล้วนเต็มไปด้วยความตึงเครียดทางละคร
ดูเพลิงรักสุมแค้นแล้วรู้สึกอินไปกับความเจ็บปวดของตัวละครมาก ฉากที่หญิงสาวในชุดดำเดินเข้ามาพร้อมเพื่อนฝูงเพื่อเผชิญหน้ากับอดีตคนรักและเพื่อนสนิทที่หักหลัง ช่างเป็นภาพที่สะใจและน่าติดตาม การที่เธอไม่ยอมก้มหัวและพร้อมจะสู้กลับ แสดงให้เห็นว่าเธอไม่ใช่เหยื่ออีกต่อไปแล้ว สายตาที่มุ่งมั่นและการกระทำที่เด็ดขาดทำให้คนดูเอาใจช่วยอยากให้เธอชนะในศึกครั้งนี้ การแก้แค้นครั้งนี้คงไม่ธรรมดาแน่นอน
ฉากหลังของเพลิงรักสุมแค้นถูกออกแบบมาได้อย่างหรูหราแต่กลับซ่อนความมืดมนไว้ภายใน งานเลี้ยงที่ควรจะสนุกสนานกลับกลายเป็นสนามรบทางอารมณ์ แสงไฟจากโคมระย้าที่ส่องลงมาบนใบหน้าของตัวละครแต่ละคน ช่วยเน้นอารมณ์ความรู้สึกที่ซับซ้อนได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากที่ชายในชุดสีน้ำตาลพยายามจะเข้าไปห้ามปราม แต่กลับถูกมองด้วยสายตาที่เย็นชา ยิ่งทำให้รู้ว่าความสัมพันธ์ของทุกคนในนี้ขาดสะบั้นลงไปแล้วอย่างสิ้นเชิง
นักแสดงในเพลิงรักสุมแค้นทำได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากที่หญิงสาวในชุดดำแสดงออกถึงความโกรธและความเจ็บปวดผ่านสีหน้าและแววตา ได้อย่างน่าเชื่อถือ ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะก็สื่อความหมายได้ชัดเจน ในขณะที่หญิงชุดขาวก็แสดงออกถึงความเสียใจและความพยายามที่จะอดทนได้อย่างน่าเห็นใจ การปะทะกันของตัวละครแต่ละคนมีเคมีที่เข้ากันได้ดี ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ และอยากติดตามต่อว่าเรื่องราวจะจบลงอย่างไร
ฉากเปิดเรื่องในเพลิงรักสุมแค้นทำเอาคนดูต้องกลั้นหายใจ เมื่อกลุ่มเพื่อนเก่าเดินเข้ามาในงานเลี้ยงหรูหรา แต่บรรยากาศกลับตึงเครียดจนแทบจะตัดขาดด้วยมีด หญิงสาวในชุดดำดูมุ่งมั่นและดุดัน ในขณะที่หญิงชุดขาวดูสงบแต่แฝงไปด้วยความเจ็บปวด การปะทะกันของสายตาและการกระทำที่รุนแรงอย่างการดึงสร้อยคอ ชี้ให้เห็นถึงปมแค้นที่ฝังรากลึกมานาน ไม่ใช่แค่เรื่องความรัก แต่เป็นเรื่องของศักดิ์ศรีและการถูกหักหลังที่ต้องชำระให้จบ