ต้องชื่นชมการแสดงของนักแสดงในเพลิงรักสุมแค้น โดยเฉพาะฉากที่พระเอกชุดสูทดำยื่นมือไปหาแต่ถูกปฏิเสธ แววตาที่เปลี่ยนจากมั่นใจเป็นผิดหวังและโกรธแค้นนั้นสมจริงมาก ฉากนี้ไม่ต้องมีบทพูดเยอะแต่สื่อสารอารมณ์ได้ชัดเจน คนดูรู้สึกได้ถึงปมขัดแย้งที่ซ่อนอยู่ระหว่างตัวละคร ฉากแบบนี้แหละที่ทำให้เราติดหนึบอยู่กับหน้าจอ ไม่อยากกดข้ามแม้แต่วินาทีเดียว
นอกจากพล็อตเรื่องที่น่าสนใจแล้ว เพลิงรักสุมแค้น ยังใส่ใจในรายละเอียดของเครื่องแต่งกายและฉากหลังมาก ชุดสูทของตัวละครแต่ละคนดูแพงและเข้ากับบุคลิก ฉากโถงบริษัทที่กว้างขวางและทันสมัยช่วยเสริมบรรยากาศของความขัดแย้งทางธุรกิจได้ดี การที่ตัวละครหญิงในชุดสีเหลืองยืนอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายทำให้เธอโดดเด่นและดูมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้แน่นอน
ดูแล้วรู้สึกอินมากกับเพลิงรักสุมแค้น ฉากที่พระเอกชุดสีน้ำตาลถูกท้าทายโดยพระเอกชุดดำแล้วตอบโต้ด้วยการผลักอกนั้นมันส์มาก แสดงให้เห็นว่าความอดทนมีขีดจำกัด การที่มีบอดี้การ์ดยืนอยู่ด้านหลังยิ่งเพิ่มความกดดันให้ฉากนี้ดูอันตรายและน่าตื่นเต้น คนดูอย่างเราคงต้องรอติดตามว่าความขัดแย้งนี้จะจบลงอย่างไร และใครจะเป็นผู้ชนะในเกมนี้
แค่ไม่กี่วินาทีแรกของเพลิงรักสุมแค้น ก็ทำให้เรารู้สึกถึงความตึงเครียดที่ลอยออกมาจากหน้าจอ การที่ตัวละครหลายกลุ่มมายืนเผชิญหน้ากันในโถงบริษัท บอกใบ้ว่านี่คือการตัดสินใจครั้งสำคัญหรือการประกาศสงครามทางธุรกิจ สายตาของทุกคนจ้องมองกันไม่กระพริบ โดยเฉพาะฉากที่พระเอกชุดดำพยายามยื่นมือไปจับแต่ถูกปัดทิ้ง มันคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เรารู้ว่าเรื่องนี้จะเดือดแน่นอน
ฉากเปิดเรื่องในเพลิงรักสุมแค้นทำเอาคนดูใจสั่นตามไปด้วย บรรยากาศในโถงบริษัทเจิ้งหลินเต็มไปด้วยความตึงเครียดเมื่อกลุ่มคนแต่งตัวดีเผชิญหน้ากัน สายตาของพระเอกชุดสีน้ำตาลที่จ้องมองอีกฝ่ายด้วยความเจ็บปวดผสมความโกรธ บอกเล่าเรื่องราวความขัดแย้งได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ การวางตำแหน่งตัวละครและการใช้สายตาสื่ออารมณ์ทำได้ดีมากจนเราอยากกดดูต่อทันที