ตัวละครหญิงผมแดงที่ถือไม้เซลฟี่พยายามจะไลฟ์สดท่ามกลางความโกลาหล แต่กลับโดนก๊อบลินโจมตีจนล้มลง เป็นฉากที่ทั้งตลกและน่าสงสารในเวลาเดียวกัน มันสะท้อนพฤติกรรมของคนยุคใหม่ที่ต้องการบันทึกทุกช่วงเวลาแม้ในยามวิกฤต ฉากนี้ในเทพทรูถล่มเซิร์ฟเวอร์ทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างความบันเทิงกับความตายที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม
บรรยากาศในช่วงแรกๆ ของเรื่องที่ตัวละครเดินคนเดียวกลางถนนในยามค่ำคืนท่ามกลางสายฝนเบาๆ ให้ความรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวมาก มันเหมือนเป็นความสงบก่อนที่พายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ การเดินอย่างช้าๆ ของเขาทำให้เราสงสัยว่าเขาแบกรับอะไรไว้บ้าง การดูเทพทรูถล่มเซิร์ฟเวอร์ในช่วงนี้ทำให้เราค่อยๆ ซึมซับอารมณ์ของตัวละครได้อย่างลึกซึ้งก่อนจะเข้าสู่ฉากแอ็คชั่น
ฉากที่ตัวละครนั่งดูข่าวบนแล็ปท็อปแล้วเห็นภาพความเสียหายในเมืองพร้อมข้อความแชทที่วิ่งขึ้นมาไม่หยุด มันสร้างความรู้สึกอึดอัดและกังวลใจให้กับคนดูได้มาก เหมือนเรากำลังรับทราบข่าวร้ายไปพร้อมกับตัวละคร การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินบนมือถือยิ่งตอกย้ำความรุนแรงของเหตุการณ์ในเรื่องเทพทรูถล่มเซิร์ฟเวอร์ที่ทำให้รู้ว่านี่ไม่ใช่แค่เกมแต่เป็นเรื่องจริง
ฉากต่อสู้ระหว่างตำรวจกับก๊อบลินทำออกมาได้มันส์มาก เสียงปืนและเสียงคำรามของสัตว์ประหลาดผสมผสานกันได้อย่างลงตัว แม้ตำรวจจะพยายามสู้สุดชีวิตแต่ก็ดูเหมือนอาวุธธรรมดาจะไม่ได้ผลกับพวกมัน ฉากนี้ในเทพทรูถล่มเซิร์ฟเวอร์แสดงให้เห็นถึงความไร้พลังของมนุษย์เมื่อต้องเผชิญกับศัตรูจากต่างมิติที่แข็งแกร่งเกินกว่าจะจินตนาการได้
ภาพมุมสูงที่เห็นผู้คนวิ่งหนีตายกันอย่างอลหม่านท่ามกลางซากปรักหักพังและไฟที่ลุกไหม้ เป็นภาพที่สะท้อนความโกลาหลได้ชัดเจนมาก ทุกคนต่างเอาตัวรอดไม่สนใจใคร พระเอกที่ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่วิ่งสวนทางดูโดดเด่นและลึกลับมาก การดูเทพทรูถล่มเซิร์ฟเวอร์ฉากนี้ทำให้รู้สึกถึงความเล็กจ้อยของมนุษย์เมื่อเทียบกับหายนะขนาดใหญ่