ต้องชื่นชมทีมคอสตูมจริงๆ ชุดสีดำทองของนางเอกดูทรงพลังและลึกลับ ตัดกับชุดสีทองของฮ่องเต้ได้อย่างลงตัว เครื่องประดับศีรษะที่ระยิบระยับสะท้อนสถานะที่สูงส่ง แต่สีหน้าของตัวละครกลับบอกเล่าเรื่องราวที่ตรงกันข้ามกับความหรูหรา ทำให้เรื่อง รักเร้นบนหมอนแห่งราชบัลลังก์ ดูมีมิติมากขึ้น
ฉากนี้แทบไม่ต้องใช้คำพูดเยอะก็สื่ออารมณ์ได้ครบถ้วน สีหน้าของฮ่องเต้ที่เปลี่ยนจากสงบเป็นตกใจเมื่อได้ยินรายงานของทหาร แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางภายใต้หน้ากากผู้นำ ส่วนนางเอกที่ยืนนิ่งๆ แต่แววตาบอกความในใจ ทำให้เราอินไปกับ รักเร้นบนหมอนแห่งราชบัลลังก์ อย่างมาก
ผู้กำกับรู้จังหวะในการดึงอารมณ์คนดูดีมาก เริ่มจากฉากเดินคู่ที่ดูสงบ แต่แฝงความตึงเครียด ก่อนจะตัดมาที่ฉากอ่านราชโองการและจบด้วยการวิ่งเข้ามาของทหารที่สร้างจุดหักมุมเล็กๆ ทำให้คนดูต้องลุ้นต่อว่าเรื่องจะดำเนินไปอย่างไรใน รักเร้นบนหมอนแห่งราชบัลลังก์
แค่ยืนข้างกันแต่ดูเหมือนมีกำแพงกั้นกลาง ฮ่องเต้และนางเอกดูห่างเหินทั้งที่อยู่ใกล้กัน สายตาที่ไม่สบกันโดยตรงบอกเล่าความขัดแย้งในใจได้ดีมาก ฉากนี้ทำให้เราสงสัยว่าเบื้องหลังความเงียบงันนี้ซ่อนปมอะไรไว้บ้างใน รักเร้นบนหมอนแห่งราชบัลลังก์
ห้องโถงวังที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงด้วยพรมสีแดงและเทียนไขจำนวนมาก ช่วยเสริมบรรยากาศความขลังและความเป็นทางการของฉากนี้ได้เป็นอย่างดี แสงเงาที่ตกกระทบชุดตัวละครทำให้ภาพดูมีมิติและสวยงามมาก เป็นอีกจุดเด่นของ รักเร้นบนหมอนแห่งราชบัลลังก์