ตอนที่ยานปล่อยแคปซูลลงมาแล้วแตกออกเป็นชุดเกราะสามสี ช่างเป็นโมเมนต์ที่พีคสุดๆ ดีไซน์ชุดเกราะผสมผสานความเป็นไซไฟกับตำนานจีนได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะฉากที่นักรบสองคนวิ่งเข้าหาศัตรูทั้งที่รู้ว่าสู้ไม่ได้ แสดงให้เห็นจิตวิญญาณที่ไม่ยอมจำนน การต่อสู้ใน ฟาร์มพืชเทพ เอสเอสเอส ในวันสิ้นโลก ครั้งนี้ไม่ใช่แค่พลัง แต่คือศักดิ์ศรี
ฉากที่สาวผมม่วงใช้พลังน้ำแข็งปะทะกับไฟของศัตรู ช่างเป็นภาพที่งดงามและรุนแรงในเวลาเดียวกัน แสงสว่างที่วาบขึ้นจนจอขาวทำให้คนดูต้องกลั้นหายใจ ความสมดุลระหว่างพลังเวทมนตร์และเทคโนโลยีถูกนำเสนอได้อย่างน่าสนใจ ใน ฟาร์มพืชเทพ เอสเอสเอส ในวันสิ้นโลก เราได้เห็นว่าการร่วมมือกันคือหนทางเดียวที่จะอยู่รอด
ฉากคลอสอัพหน้าชุดเกราะสีแดงที่กำลังชาร์จพลังเสียงคำราม ช่างสร้างความตื่นเต้นได้สุดยอด ดีเทลแสงไฟฟ้าที่วิ่งรอบปากและดวงตาที่เรืองแสง แสดงถึงพลังมหาศาลที่กำลังจะปลดปล่อยออกมา เสียงเอฟเฟกต์ที่ทำเอาคนดูต้องเอามืออุดหูตามตัวละครในฉากนั้นช่างสมจริงมาก การออกแบบตัวละครใน ฟาร์มพืชเทพ เอสเอสเอส ในวันสิ้นโลก มีมิติและน่าจดจำจริงๆ
ใครจะคิดว่าข้าวโพดจะกลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังขนาดนี้! ฉากที่ข้าวโพดพุ่งเป็นลำแสงแล้วระเบิดเป็นดอกเห็ด ช่างเป็นไอเดียที่บ้าบอแต่ก็เท่สุดๆ มุกตลกแทรกในสถานการณ์วิกฤตทำให้เรื่องไม่เครียดเกินไป การพลิกสถานการณ์ด้วยสิ่งที่ไม่คาดคิดคือเสน่ห์ของเรื่องนี้ ใน ฟาร์มพืชเทพ เอสเอสเอส ในวันสิ้นโลก ทุกอย่างเกิดขึ้นได้เสมอ แม้แต่ข้าวโพดก็ฆ่าคนได้
ฉากเปิดเรื่องช่างน่าสะเทือนใจ ซากศพเกลื่อนกลาดใต้แสงอาทิตย์อัสดงที่สีแดงเลือด สร้างบรรยากาศสิ้นหวังได้สมบูรณ์แบบ การปรากฏตัวของยานอวกาศและมนุษย์ต่างหน้าปริศนาทำให้รู้สึกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามา เรื่องราวใน ฟาร์มพืชเทพ เอสเอสเอส ในวันสิ้นโลก ทำได้ดีมากในการปูพื้นความขัดแย้งระหว่างเทคโนโลยีขั้นสูงกับความพยายามของมนุษย์ที่ยังไม่ยอมแพ้