ดูแล้วอินมากกับเรื่องราวในฟาร์มพืชเทพ เอสเอสเอส ในวันสิ้นโลก ที่แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญของมนุษย์แม้ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ฉากที่กลุ่มผู้รอดชีวิตรวมตัวกันต่อสู้กับฝูงซอมบี้ทำให้รู้สึกถึงพลังของความสามัคคี ตัวละครแต่ละตัวมีบุคลิกชัดเจน โดยเฉพาะพระเอกที่ดูเข้มแข็งแต่ก็มีมุมอ่อนไหว การดำเนินเรื่องเร็วไม่ยืดเยื้อ ทำให้คนดูตื่นเต้นตลอดเวลา
ต้องชมทีมสร้างในฟาร์มพืชเทพ เอสเอสเอส ในวันสิ้นโลก ที่ทำภาพออกมาได้สวยงามและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน โทนสีเทาหม่นของเมืองร้างเข้ากับบรรยากาศวันสิ้นโลกได้ดีมาก รายละเอียดของซอมบี้แต่ละตัวทำออกมาได้เนียนตา ทั้งรอยแผลและเสื้อผ้าที่ขาดวิ่น ฉากแอ็คชั่นมีการใช้มุมกล้องที่หลากหลาย ทำให้ดูไม่เบื่อ โดยเฉพาะฉากที่ซอมบี้วิ่งไล่ตามพระเอกทำเอาหัวใจเต้นแรง
สิ่งที่ทำให้ฟาร์มพืชเทพ เอสเอสเอส ในวันสิ้นโลก น่าสนใจคือตัวละครที่มีมิติและมีความลึกซึ้ง พระเอกไม่ใช่แค่คนเก่งที่สู้ซอมบี้ได้ แต่ยังมีเรื่องราวเบื้องหลังที่ทำให้เราเข้าใจการกระทำของเขา ตัวละครสมทบแต่ละตัวก็มีบทบาทสำคัญในเรื่อง ไม่ใช่แค่ตัวประกอบ ฉากที่ตัวละครต้องตัดสินใจในสถานการณ์คับขันทำให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์ของพวกเขา การพัฒนาตัวละครในเรื่องทำได้ดีมาก
ดูฟาร์มพืชเทพ เอสเอสเอส ในวันสิ้นโลก แล้วไม่กล้ากระพริบตาเลย เพราะทุกฉากมีความตื่นเต้นรออยู่ ตั้งแต่ฉากแรกที่พระเอกเผชิญหน้ากับซอมบี้ ไปจนถึงฉากสุดท้ายที่ทุกคนรวมตัวกันต่อสู้ การดำเนินเรื่องเร็วแต่ไม่สับสน ทำให้คนดูติดตามได้ตลอด เสียงเอฟเฟกต์และดนตรีประกอบก็ช่วยเสริมบรรยากาศได้ดีมาก โดยเฉพาะเสียงกรีดร้องของซอมบี้ที่ทำให้ขนลุกจริงๆ
ฉากเปิดเรื่องในฟาร์มพืชเทพ เอสเอสเอส ในวันสิ้นโลก ทำเอาขนลุกซู่เลย บรรยากาศเมืองที่เต็มไปด้วยหมอกและซอมบี้เดินเพ่นพ่านดูสมจริงมาก พระเอกถือท่อนเหล็กยืนท้าทายฝูงซอมบี้ด้วยความเท่ การออกแบบตัวละครซอมบี้ที่มีทั้งสีเขียวและสีม่วงทำให้ดูน่าสนใจไม่จำเจ ฉากแอ็คชั่นรวดเร็วและรุนแรงสุดๆ โดยเฉพาะตอนที่พระเอกวิ่งหนีแล้วกระโดดเตะซอมบี้ มันส์มาก!