ฉากที่พ่อปลอบลูกชายใน พบกันสายแต่รักกันทัน เป็นฉากที่กินใจที่สุด เด็กน้อยถามคำถามด้วยแววตาสงสัยและเจ็บปวด ส่วนพ่อพยายามหาคำตอบมาปลอบลูกทั้งที่ตัวเองก็สับสนไม่แพ้กัน การกอดกันแน่นแสดงให้เห็นว่าทั้งสองคนมีกันและกันเพียงสองคนในโลกนี้ ความสัมพันธ์พ่อลูกที่แน่นแฟ้นท่ามกลางวิกฤตครอบครัวทำให้คนดูเอาใจช่วยมาก อยากรู้ว่าผู้หญิงที่เพิ่งแต่งงานด้วยจะช่วยเยียวยาครอบครัวนี้ได้ไหม หรือจะเป็นตัวแปรที่ทำให้ทุกอย่างแย่ลง
ฉากเปลี่ยนมาที่บ้านหรูใน พบกันสายแต่รักกันทัน บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผู้ชายคนเดิมตอนนี้ใส่สูทดูภูมิฐานกำลังกอดเด็กน้อยที่ใส่แว่นตา การที่เด็กน้อยเอามือลูบรูปถ่ายชายหนุ่มในกรอบรูปแล้วร้องไห้ทำให้ใจสลายมาก สายตาของผู้เป็นพ่อที่มองลูกด้วยความสงสารและความเจ็บปวดสื่ออารมณ์ได้ดีมาก ฉากนี้บอกใบ้ว่าอาจจะมีเรื่องราวความสูญเสียหรือความเข้าใจผิดบางอย่างในครอบครัวนี้ที่ต้องคลี่คลาย
สิ่งที่ทำให้ พบกันสายแต่รักกันทัน น่าติดตามคือการเปลี่ยนคาแรคเตอร์ของพระเอก จากคนใส่ชุดคนงานที่ดูธรรมดาในตอนแรก กลายเป็นมหาเศรษฐีใส่สูทในบ้านหลังใหญ่ ความแตกต่างนี้สร้างความสงสัยว่าเขากำลังซ่อนตัวหรือมีเหตุผลจำเป็นอะไรที่ต้องทำตัวแบบนี้ การดูแลลูกชายอย่างทะนุถนอมแสดงให้เห็นว่าแม้ภายนอกจะดูเข้มแข็งแต่ข้างในเขาอ่อนโยนมาก ฉากการปลอบลูกตอนดูรูปถ่ายเป็นโมเมนต์ที่เรียกน้ำตาได้จริงๆ
ดูจากฉากในบ้านใน พบกันสายแต่รักกันทัน แล้วรู้สึกว่ามีตัวละครสำคัญที่หายไปนั่นคือแม่ของเด็กน้อย การที่พ่อและลูกนั่งดูรูปถ่ายด้วยกันอย่างโศกเศร้า บวกกับบรรยากาศในบ้านที่ดูเงียบเหงาแม้จะหรูหรา ทำให้เดาได้ว่าอาจจะมีเรื่องราวเศร้าๆ เกี่ยวกับแม่ของเด็ก การที่ผู้ชายคนนั้นยืนก้มหัวให้เหมือนคนรับใช้ก็ยิ่งเพิ่มปมว่าครอบครัวนี้มีสถานะซับซ้อนแค่ไหน อยากรู้ว่าผู้หญิงที่จดทะเบียนด้วยในตอนแรกจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับปมนี้ยังไง
ฉากในบ้านตระกูลซูของ พบกันสายแต่รักกันทัน สร้างความตระการตาแต่ก็แฝงความเศร้าไว้อย่างลึกซึ้ง การตกแต่งภายในที่ดูแพงลิบตัดกับสีหน้าเศร้าสร้อยของเด็กน้อยและพ่อได้อย่างน่าใจหาย เด็กน้อยในชุดสูทตัวน้อยดูน่าเอ็นดูแต่ก็ดูโดดเดี่ยว การที่พ่อพยายามปลอบลูกโดยที่ตัวเองก็ดูบอบช้ำไม่แพ้กันทำให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างพ่อลูก ฉากนี้ทำให้คนดูอยากเข้าไปกอดตัวละครทั้งสองคนจริงๆ