ชอบมากตรงที่ผู้สร้างใช้ภาพการ์ตูนชิวๆ สลับกับฉากดราม่าหนักๆ อย่างฉากที่หญิงสาวผมชมพูยิ้มอย่างมีเล่ห์เหลี่ยมในฉากแฟนตาซี มันตัดกับฉากที่เธอดูเศร้าในโรงพยาบาลได้อย่างลงตัว เรื่องราวในนางร้ายรีเซ็ตชะตา ดูเหมือนจะเล่นกับความรู้สึกคนดูมาก โดยเฉพาะตอนที่เธอเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทำให้เราสงสัยว่าแท้จริงแล้วเธอต้องการอะไรกันแน่ การดำเนินเรื่องที่รวดเร็วและหักมุมแบบนี้ทำให้ติดหนึบจนวางไม่ลงเลย
ฉากที่ชายผมขาวดำคุกเข่าและดูเหมือนจะเจ็บปวดทางใจ เป็นฉากที่กินใจมากในนางร้ายรีเซ็ตชะตา มันสื่อให้เห็นว่าเขาอาจกำลังต่อสู้กับบางอย่างภายในจิตใจ หรืออาจจะเป็นผลจากการถูกควบคุมโดยหญิงสาวผมชมพูที่ดูภายนอกอ่อนโยนแต่ภายในน่ากลัว การที่เรื่องราวย้อนกลับไปมาระหว่างความจริงและภาพลวงตา ทำให้คนดูต้องคอยจับตามองทุกฝีก้าวของตัวละคร ไม่อย่างนั้นอาจจะพลาดจุดสำคัญที่เชื่อมโยงปมทั้งหมดเข้าด้วยกันได้
การปรากฏตัวของชายชุดสูมสีเทาและชายเสื้อดำในฉากโรงพยาบาล เพิ่มมิติให้กับเรื่องราวในนางร้ายรีเซ็ตชะตา มากขึ้น ดูเหมือนว่าพวกเขาจะรู้บางอย่างที่ตัวละครหลักยังไม่รู้ หรืออาจจะเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังทั้งหมด ฉากที่หญิงสาวผมชมพูเดินผ่านพวกเขาไปด้วยท่าทางมั่นใจ แสดงให้เห็นว่าเธอไม่ได้กลัวใครหน้าไหน การวางตัวละครเสริมเข้ามาแบบนี้ทำให้เนื้อเรื่องดูมีชั้นเชิงและน่าติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ จนอยากรู้ตอนจบเดี๋ยวนี้
ฉากไคลแม็กซ์ที่หญิงสาวผมชมพูแสดงพลังออกมาอย่างเต็มที่ พร้อมกับฉากที่ชายผมขาวดำดูเหมือนจะยอมจำนน เป็นฉากที่สะใจมากในนางร้ายรีเซ็ตชะตา มันแสดงให้เห็นว่าเธอไม่ได้เป็นแค่เหยื่ออีกต่อไป แต่กลายเป็นผู้ควบคุมเกมอย่างแท้จริง การใช้เอฟเฟกต์แสงสีและภาพการ์ตูนที่เกินจริงช่วยเสริมอารมณ์ของฉากได้ดีมาก ทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับความแค้นและความเจ็บปวดของตัวละคร จนลืมไปเลยว่านี่เป็นแค่เรื่องราวในจอ
ฉากเปิดเรื่องในโรงพยาบาลทำให้รู้สึกอึดอัดทันทีเมื่อเห็นชายผมขาวดำยืนเผชิญหน้ากับหญิงสาวผมชมพู ดูเหมือนว่าเรื่องราวในนางร้ายรีเซ็ตชะตา จะซับซ้อนกว่าที่คิด การแสดงออกทางสีหน้าของตัวละครชายที่เปลี่ยนจากนิ่งเป็นสับสน บ่งบอกถึงปมในอดีตที่เขากำลังพยายามจำได้ หรือบางทีเขาอาจจะกำลังถูกหลอกใช้โดยใครบางคน ความตึงเครียดในฉากนี้ทำเอาคนดูอย่างเราต้องคาดเดาไม่ถูกว่าใครกันแน่ที่เป็นตัวจริง