ความต่างของเครื่องแต่งกายในจังหวะรักที่เลือนหาย บอกเล่าเรื่องราวได้ชัดเจน พระเอกในชุดผู้ป่วยลายทางดูอ่อนแอแต่ยังคงความหล่อ ในขณะที่นางเอกมาในชุดทำงานสีขาวสะอาดตาพร้อมผ้าพันคอ ดูเป็นมืออาชีพแต่แววตากลับอ่อนโยน การพบกันครั้งนี้คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ ฉากที่เธอเดินเข้ามาในห้องแล้วเขามองตามนั้นช่างกินใจ
ชอบวิธีเล่าเรื่องในจังหวะรักที่เลือนหาย ที่ใช้ภาษากายแทนบทพูดเยอะๆ โดยเฉพาะฉากที่นางเอกยืนมองพระเอกผ่านประตูกระจก แล้วค่อยๆ เดินเข้าไปหา ความลังเลในก้าวเดินของเธอสื่อถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนได้ดีมาก แสงสว่างในห้องโรงพยาบาลที่ดูอบอุ่นแต่กลับทำให้บรรยากาศดูตึงเครียดอย่างประหลาด
เห็นผ้าปิดตาของพระเอกในจังหวะรักที่เลือนหาย แล้วใจหายเลย แม้เขาจะพยายามทำตัวเข้มแข็งแต่สีหน้าที่แสดงออกมาตอนเห็นนางเอกนั้นบอกทุกอย่างว่าเขายังห่วงเธออยู่ ฉากที่เธอเข้ามาแล้วเขามองตามด้วยสายตาที่ผสมผสานระหว่างความดีใจและความเจ็บปวด มันทำให้คนดูอย่างเราจุกอกไปตามๆ กันเลย
ประตูกระจกในจังหวะรักที่เลือนหาย ไม่ใช่แค่ฉากกั้นห้องแต่เป็นสัญลักษณ์ของกำแพงในใจตัวละครด้วย ฉากที่นางเอกยืนมองพระเอกผ่านประตูแล้วค่อยๆ ผลักเข้าไป มันเหมือนการตัดสินใจที่จะก้าวข้ามอุปสรรคบางอย่าง แสงที่สะท้อนบนกระจกทำให้เห็นภาพซ้อนของทั้งสองคน ช่างเป็นรายละเอียดที่ผู้กำกับใส่ใจจริงๆ
แม้จะไม่มีบทพูดเยอะแต่จังหวะรักที่เลือนหาย ก็สื่ออารมณ์ได้ครบถ้วน โดยเฉพาะแววตาของนางเอกที่มองพระเอกด้วยความห่วงใยแต่พยายามเก็บความรู้สึกไว้ สีหน้าที่เธอพยายามทำเป็นปกติแต่ดวงตากลับบอกความจริงว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะเห็นคนที่รักต้องเจ็บปวดแบบนี้