สิ่งที่ทำให้ฉันสะดุดที่สุดคือสีหน้าของสาวหมายเลข ๑ ในชุดสีฟ้าอ่อน สายตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและความเจ็บปวดที่พยายามกลั้นไว้ ในขณะที่สาวหมายเลข ๒ ดูมุ่งมั่นและเย็นชากว่ามาก การปะทะกันของอารมณ์ทั้งสองขั้วนี้ทำให้ฉากนี้ดูมีมิติมาก เหมือนเรากำลังดู จังหวะรักที่เลือนหาย ที่ตัวละครต้องต่อสู้กับความรู้สึกภายในตัวเองอย่างหนัก
ต้องชื่นชมทีมคอสตูมจริงๆ ที่เลือกชุดฮั่นฝูสีฟ้าและเขียวมาให้ตัวละครใส่ มันสื่อถึงความอ่อนโยนแต่ก็แฝงความเข้มแข็งไว้ สาวหมายเลข ๒ กับทรงผมสูงดูสง่างามและน่าเกรงขาม ในขณะที่สาวหมายเลข ๑ ดูเรียบง่ายแต่กินใจ การแต่งกายเหล่านี้ช่วยเสริมบรรยากาศของ จังหวะรักที่เลือนหาย ให้ดูขลังและมีเสน่ห์แบบตะวันออกได้อย่างลงตัวมาก
ฉากบนเวทีที่มีกรรมการยืนมองอยู่ สร้างความรู้สึกกดดันได้มหาศาล ตัวละครทั้งสองคนยืนนิ่งแต่สายตาสื่อสารออกมาได้ชัดเจนว่ากำลังแข่งขันกันสูงมาก แสงไฟที่ส่องลงมาทำให้เห็นรายละเอียดสีหน้าของพวกเธอได้ชัดเจน ทุกการขยับตัวดูเหมือนจะมีความหมายซ่อนอยู่ ทำให้คนดูอย่างเราต้องกลั้นหายใจตามไปด้วยใน จังหวะรักที่เลือนหาย
ตัวละครชายในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มดูมีบทบาทสำคัญมาก เขาเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางมั่นใจแต่แววตากลับดูห่วงใยบางอย่าง การที่เขาเข้ามาคุยกับชายชราดูเหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่อง อยากรู้เหลือเกินว่าเขาคือใครกันแน่ใน จังหวะรักที่เลือนหาย และมีความสัมพันธ์อย่างไรกับสาวๆ บนเวที ความลึกลับนี้ทำให้ฉันอยากดูต่อทันที
ฉากโคลสอัพใบหน้าของสาวหมายเลข ๑ ช่างทำเอาใจสลาย ดวงตาของเธอแดงก่ำและเต็มไปด้วยน้ำตาที่พร้อมจะไหลออกมาทุกเมื่อ แต่เธอก็พยายามเข้มแข็งไว้ สีหน้าที่แสดงความน้อยใจแต่ไม่ยอมแพ้ ทำให้คนดูรู้สึกสงสารจับใจ ใน จังหวะรักที่เลือนหาย ฉากนี้คงเป็นจุดพีคที่ทำให้คนดูร้องไห้ตามแน่นอน