PreviousLater
Close

ขอโทษนะ ฉันรักคุณ ตอนที่ 37

like3.9Kchase12.8K

ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างท่านชายคนที่สามและเซี่ยหยาน

ท่านชายคนที่สามและเซี่ยหยานใช้เวลาร่วมกันมากว่าเดือน โดยท่านชายคนที่สามพยายามเข้าหาเซี่ยหยานแต่ไม่ได้รับการตอบรับที่ดี จนกระทั่งเซี่ยหยานแสดงความไม่พอใจและเตือนให้ท่านชายคนที่สามหยุดรบกวนเธอท่านชายคนที่สามจะสามารถชนะใจเซี่ยหยานได้หรือไม่?
  • Instagram
รีวิวตอนนี้

ขอโทษนะ ฉันรักคุณ: โทรศัพท์สีแดงกับความลับที่ไม่ได้ถูกเปิดเผย

มีบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในมุมของภาพที่เราอาจมองข้ามไป — โทรศัพท์สีแดงที่ถูกจับไว้ในมือของเพื่อนสาวคนหนึ่งของลี่ฮวา โทรศัพท์เครื่องนั้นไม่ได้แค่เป็นอุปกรณ์สื่อสาร มันคือตัวแทนของความลับที่ยังไม่ถูกเปิดเผย ความลับที่อาจเปลี่ยนทิศทางของเรื่องทั้งหมด ขณะที่ลี่ฮวายืนอยู่กลางสนามด้วยท่าทางที่ดูแข็งกร้าว แต่ดวงตาของเธอแฝงไว้ด้วยความไม่มั่นคง เธอไม่ได้โกรธ แต่เธอกำลังพยายามควบคุมความรู้สึกที่เริ่มล้นออกมา โทรศัพท์สีแดงนั้นถูกถือไว้ด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย ราวกับว่ามันไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นตัวนำไฟฟ้าของความรู้สึกที่กำลังจะระเบิดออกมาในไม่ช้า จินไม่รู้ว่ามีโทรศัพท์เครื่องนั้นอยู่ แต่เขาสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดในอากาศ ทุกครั้งที่เขาหันไปมองลี่ฮวา เขาเห็นเพียงภาพของเธอที่ดูไกลขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าเธอกำลังสร้างกำแพงขึ้นรอบตัวเองทีละชั้น แต่เขาไม่รู้ว่ากำแพงนั้นไม่ได้สร้างขึ้นจากความโกรธ แต่มาจากความกลัว — กลัวว่าถ้าเธอแสดงความรู้สึกออกมา เขาจะไม่ตอบสนองแบบที่เธอหวังไว้ ขอโทษนะ ฉันรักคุณ ไม่ใช่ประโยคที่เธออยากพูดในตอนนี้ เพราะมันจะทำให้เธอรู้สึกอ่อนแอเกินไป แต่มันคือประโยคที่เธอพูดในใจทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเขาหัวเราะในห้องเรียน ในห้องเรียน ขณะที่ลี่ฮวาเปิดหนังสือด้วยมือที่มั่นคง แต่สายตาของเธอไม่ได้จดจ่อกับตัวอักษร เธอกำลังนึกถึงข้อความสุดท้ายที่เธอส่งไปยังจินเมื่อคืนก่อน ข้อความที่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ ไม่ใช่เพราะเขาไม่เห็น แต่เพราะเขาไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดี ความรู้สึกของเขามันซับซ้อนเกินกว่าจะสรุปเป็นประโยคสั้นๆ ได้ จินไม่ใช่คนที่กลัวความรัก เขาแค่กลัวว่าถ้าเขาพูดออกไปแล้ว ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป และเขาอาจสูญเสียสิ่งที่เขามีอยู่ในตอนนี้ — ความสัมพันธ์ที่ยังไม่เป็นอะไร แต่ก็ไม่ใช่ศูนย์เปล่า กลุ่มนักเรียนที่ยืนคุยกันกลางสนามไม่ได้เป็นแค่ฉากหลัง พวกเขาคือตัวเร่งปฏิกิริยาของความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผย หนึ่งในพวกเขามีโทรศัพท์เครื่องเดียวกับที่เพื่อนของลี่ฮวาถืออยู่ นั่นไม่ใช่ความบังเอิญ แต่คือการวางแผนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความปกติของชีวิตประจำวัน พวกเขาไม่ได้คุยเรื่องลี่ฮวาโดยตรง แต่ทุกคำพูดของพวกเขามีนัยยะแฝงถึงเธอ จินไม่ได้ยินทุกอย่าง แต่เขาจับได้บางส่วน และมันทำให้เขาเริ่มสงสัยว่า ทำไมทุกคนถึงดูเหมือนรู้อะไรบางอย่างที่เขาไม่รู้ เมื่อลี่ฮวาลุกขึ้นจากโต๊ะ เธอไม่ได้เดินออกไปด้วยความโกรธ แต่ด้วยความตัดสินใจที่ชัดเจน เธอต้องการที่จะตรวจสอบบางอย่าง บางอย่างที่อาจอยู่ในโทรศัพท์สีแดงนั้น หรือบางอย่างที่ถูกบันทึกไว้ในกล้องของใครบางคนที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มนักเรียนที่ยืนคุยกันกลางสนาม ความเงียบของเธอไม่ใช่การไม่พูด แต่คือการเลือกที่จะไม่พูดในเวลาที่ยังไม่เหมาะสม ขอโทษนะ ฉันรักคุณ สำหรับเธอ คือประโยคที่เธอจะพูดเฉพาะเมื่อเธอแน่ใจว่าเขาพร้อมที่จะรับมันได้ ไม่ใช่เมื่อเธอรู้สึกอ่อนแอ ฉากที่เธอเดินขึ้นบันไดไม่ใช่การหนี แต่คือการเดินไปหาความจริง ราวบันไดที่มีสนิมคือสัญลักษณ์ของเวลาที่ผ่านไปโดยที่พวกเขาไม่ได้พูดคุยกันอย่างจริงจัง แต่ทุกขั้นบันไดที่เธอก้าวผ่าน คือการปลดล็อกความรู้สึกทีละชั้น ขณะที่จินยังนั่งอยู่ที่เดิม เขาเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ไม่ใช่เพราะลี่ฮวาหายไป แต่เพราะความเงียบรอบตัวเขาเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่ามันกำลังบอกเขาว่า ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องลุกขึ้นและเดินไปหาคำตอบ ในโลกของวัยรุ่น โทรศัพท์ไม่ใช่แค่อุปกรณ์ แต่คือตัวแทนของความลับ ความหวัง และความกลัวที่ถูกบันทึกไว้ในไฟล์ดิจิทัล โทรศัพท์สีแดงของเพื่อนลี่ฮวาอาจมีคลิปวิดีโอที่บันทึกไว้ตั้งแต่เมื่อวาน คลิปที่แสดงให้เห็นว่าจินเคยยืนอยู่หน้าต่างห้องเธอเป็นเวลาหลายนาที โดยไม่ได้ทำอะไรนอกจากมองเข้าไปข้างใน หรืออาจมีภาพถ่ายที่ถูกถ่ายโดยบังเอิญขณะที่เขาเดินผ่านเธอในโรงอาหาร ทุกภาพคือหลักฐานของความรู้สึกที่เขาไม่กล้าพูดออกมา แต่กล้องได้บันทึกมันไว้แล้ว ลี่ฮวาไม่ได้ต้องการให้ใครรู้ว่าเธอรักจิน เธอแค่ต้องการให้เขาทราบว่าเธอเห็นเขา ทุกครั้งที่เขาพยายามแกล้งทำเป็นว่าไม่สนใจเธอ เธอเห็นมัน ทุกครั้งที่เขาหันไปมองเธอจากมุมไกล เธอรู้ว่ามันไม่ใช่ความบังเอิญ แต่คือการเลือกที่จะมอง ขอโทษนะ ฉันรักคุณ ไม่ใช่คำที่เธอจะส่งผ่านข้อความ แต่คือคำที่เธอจะพูดด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย ขณะที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา ไม่ใช่ในห้องเรียน ไม่ใช่ในสนาม แต่ในที่ที่ไม่มีใครเห็น ไม่มีกล้อง ไม่มีโทรศัพท์สีแดงใดๆ มาขัดขวางความรู้สึกที่แท้จริง เรื่องนี้ไม่ได้จบด้วยการสารภาพรัก แต่จบด้วยคำถามที่ยังค้างคاع:เมื่อความลับถูกเปิดเผย พวกเขาจะเลือกที่จะเดินต่อไปด้วยกัน หรือจะแยกทางกันด้วยความเงียบแบบเดิม? โทรศัพท์สีแดงยังไม่ได้ถูกเปิด แต่ความจริงนั้นกำลังจะถูกเปิดเผยในไม่ช้า และเมื่อถึงเวลานั้น คำว่า ขอโทษนะ ฉันรักคุณ จะไม่ใช่คำขอโทษอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นคำที่พวกเขาทั้งคู่ใช้เพื่อเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิต ที่ไม่ต้องซ่อนเร้นอีกต่อไป

ขอโทษนะ ฉันรักคุณ: ความเงียบของจินกับสายตาที่ไม่เคยหลบเลี่ยง

ในโลกของโรงเรียนมัธยมที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ กลิ่นกระดาษหนังสือ และกลิ่นอายของความหวังที่ยังอ่อนเยาว์ จินและลี่ฮวาคือสองคนที่ดูเหมือนจะเดินอยู่คนละทาง แต่กลับถูกเชื่อมโยงด้วยสายตาที่ไม่เคยพูดอะไรเลย แต่กลับสื่อสารได้มากกว่าคำพูดใดๆ ในฉากแรกที่จินเดินมาด้วยท่าทางมั่นใจ แต่ดวงตาของเขาแฝงไว้ด้วยความสับสน เขาไม่ได้เดินเพื่อไปไหน แต่เขาเดินเพื่อหาคำตอบบางอย่างที่ยังไม่รู้ตัวว่าคืออะไร ขณะที่ลี่ฮวาอยู่เบื้องหลัง มองเขาด้วยสายตาที่ไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความสนใจ แต่เป็นความสงสัยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสงบ ขอโทษนะ ฉันรักคุณ ไม่ใช่ประโยคที่ถูกพูดออกมาในตอนนั้น แต่มันคือความรู้สึกที่ถูกเก็บไว้ในหัวใจของเธอ ที่ยังไม่พร้อมจะปล่อยให้ใครรู้ เมื่อเข้าสู่ห้องเรียน จินเอนศีรษะลงบนโต๊ะ หนังสือเปิดอยู่ตรงหน้า แต่สายตาของเขาไม่ได้มองหน้ากระดาษ มันกำลังตามหาใครบางคนที่นั่งอยู่แถวหน้า ลี่ฮวา ผู้หญิงที่ไม่เคยหันมามองเขาแม้แต่ครั้งเดียว แต่ทุกครั้งที่เธอพลิกหน้าหนังสือ เสียงกระดาษเบาๆ ก็ดูเหมือนจะดังขึ้นในหูเขา ราวกับว่ามันเป็นจังหวะของหัวใจที่เต้นช้าลงเมื่อได้ยินเสียงเธอ ความเงียบในห้องเรียนกลายเป็นพื้นที่ที่พวกเขาสามารถสื่อสารกันได้โดยไม่ต้องพูดอะไรเลย แค่การเหลียวมอง การเปลี่ยนทิศทางของมือที่วางบนโต๊ะ หรือแม้แต่การหายใจที่ยาวขึ้นเล็กน้อยเมื่อเธอเดินผ่าน ในขณะเดียวกัน กลุ่มนักเรียนอีกสามคนยืนอยู่กลางสนาม พวกเขากำลังพูดคุยกันด้วยท่าทางที่ดูเหมือนจะมีเรื่องสำคัญ แต่กล้องไม่ได้โฟกัสที่พวกเขา เป็นเพียงภาพเบลอๆ ที่อยู่ในกรอบเดียวกับจินที่กำลังมองออกไปจากหน้าต่าง นั่นคือการเล่าเรื่องแบบ ‘เราเห็นแต่สิ่งที่เขาอยากให้เราเห็น’ ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นจริง ความจริงอาจอยู่ที่ว่า กลุ่มนั้นไม่ได้พูดถึงลี่ฮวาเลย แต่จินคิดว่าพวกเขาทำอย่างนั้น เพราะความกลัวที่เขาจะถูกมองว่าเป็นคนที่ ‘ชอบเธอ’ มากเกินไป ขอโทษนะ ฉันรักคุณ ไม่ใช่คำขอโทษสำหรับความรัก แต่เป็นคำที่เขาอยากพูดเมื่อเขาพบว่าความรู้สึกนี้ทำให้เขาต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้เหมาะสมกับโลกที่เขาอาศัยอยู่ ลี่ฮวาไม่ได้เป็นแค่เด็กสาวที่เงียบและเก็บตัว เธอคือคนที่รู้ดีว่าความรักไม่ใช่สิ่งที่จะมาเมื่อเราพร้อม แต่มาเมื่อเราไม่คาดคิด ทุกครั้งที่เธอเปิดหนังสือ เธอไม่ได้อ่านเนื้อหา แต่เธอกำลังฟังเสียงของจินที่อยู่เบื้องหลัง แม้เขาจะไม่พูดอะไรเลยก็ตาม ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ได้เริ่มต้นด้วยการทักทาย แต่เริ่มต้นด้วยการไม่ทักทาย ด้วยการที่เขาไม่กล้าเดินไปหาเธอ และเธอไม่กล้าหันมามองเขา แต่ทั้งคู่รู้ดีว่า ถ้าวันหนึ่งมีใครสักคนผลักดันให้พวกเขาต้องเผชิญหน้ากัน ความเงียบจะแตกสลายลงในพริบตา ฉากที่ลี่ฮวาลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินออกจากห้องเรียน โดยทิ้งหนังสือไว้บนโต๊ะ จินมองตามด้วยสายตาที่ไม่สามารถซ่อนความรู้สึกได้อีกต่อไป เขาไม่ได้ลุกขึ้นตาม เขาแค่จ้องมองประตูที่เธอหายไป ราวกับว่าประตูนั้นคือขอบเขตของโลกที่เขาไม่กล้าก้าวข้าม แต่ในใจเขา คำว่า ขอโทษนะ ฉันรักคุณ กำลังหมุนเวียนอยู่อย่างไม่หยุดยั้ง จนแทบจะกลายเป็นบทกวีที่เขาอยากเขียนลงในสมุดบันทึก แต่กลัวว่าถ้าเขียนลงไป มันจะถูกใครบางคนพบเจอ และกลายเป็นเรื่องลือไปทั่วโรงเรียน การเดินขึ้นบันไดของลี่ฮวาในฉากสุดท้ายไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสถานที่ มันคือการเปลี่ยนแปลงภายใน เธอไม่ได้หนีจากจิน เธอแค่ต้องการเวลาในการ整理ความรู้สึกของตัวเอง ขณะที่มือของเธอจับราวบันไดที่มีสนิมเล็กน้อย ราวกับว่าความรู้สึกของเธอก็กำลังเกิดสนิมเช่นกัน — ความรู้สึกที่ถูกเก็บไว้นานเกินไปจนเริ่มแข็งตัว แต่ยังไม่ถึงขั้นพังทลาย จินยังคงนั่งอยู่ที่เดิม แต่คราวนี้เขาไม่ได้เอนศีรษะลงบนโต๊ะอีกต่อไป เขาจับหนังสือไว้แน่น แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงแดดส่องผ่านกระจกเข้ามาแตะใบหน้าของเขา ทำให้เขาดูอ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย ราวกับว่าความหวังกำลังค่อยๆ งอกงามในใจเขาอีกครั้ง หากเราจะพูดถึงความรักในวัยรุ่น เราไม่ควรพูดถึงมันด้วยคำว่า ‘ง่าย’ หรือ ‘ซับซ้อน’ เพราะความรักในวัยนี้คือการเรียนรู้ที่จะอยู่กับความไม่แน่นอน จินไม่รู้ว่าลี่ฮวาคิดยังไง ลี่ฮวาไม่รู้ว่าจินกำลังคิดอะไร แต่ทั้งคู่รู้ดีว่า ถ้าวันหนึ่งพวกเขาตัดสินใจพูดออกมา คำว่า ขอโทษนะ ฉันรักคุณ จะไม่ใช่คำขอโทษอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นคำประกาศที่ทรงพลังที่สุดในชีวิตของพวกเขา ไม่ใช่เพราะมันเปลี่ยนทุกอย่าง แต่เพราะมันทำให้พวกเขาได้กลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง หลังจากที่ใช้เวลานานเท่าไรก็ไม่รู้ในการแกล้งทำเป็นว่าไม่รู้สึกอะไรเลย ในโลกแห่งการเรียนรู้ บางครั้งบทเรียนที่สำคัญที่สุดไม่ได้อยู่ในหนังสือ แต่อยู่ในสายตาของคนที่เรากลัวจะมองตรงๆ ลี่ฮวาไม่ได้เป็นแค่ตัวละครในเรื่อง แต่เธอคือเสียงสะท้อนของทุกคนที่เคยเงียบเพื่อรักใครสักคน จินก็เช่นกัน เขาไม่ใช่แค่เด็กชายที่ชอบมองคนอื่น เขาคือคนที่กำลังเรียนรู้ว่าการเปิดใจไม่ใช่การสูญเสีย แต่คือการได้กลับคืนสู่ความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง ขอโทษนะ ฉันรักคุณ ไม่ใช่ประโยคจบเรื่อง แต่คือจุดเริ่มต้นของความกล้าที่พวกเขาทั้งคู่รอคอยมานาน