ฉากเปิดเรื่องในดินแดนหมอกสีเขียวช่างน่าขนลุก ตัวเอกสวมหน้ากากโลหะครึ่งหน้าดูเท่และลึกลับมาก การต่อสู้กับอสูรยักษ์ที่ทำจากไม้แสดงให้เห็นถึงพลังที่เหนือมนุษย์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะฉากที่ชกทะลุปากอสูรจนเลือดสาดกระเซ็น ช่างเป็นฉากเปิดที่ดึงดูดสายตาสุดๆ ในเรื่อง ไฟแค้นเทพเพลิง นี้
การเปลี่ยนฉากจากป่ามรณะมายังลานประลองบนยอดเขาที่งดงามตัดกันอย่างสิ้นเชิง แต่ความสงบไม่ได้อยู่ได้นานเมื่ออสูรถูกพาออกมาสร้างความโกลาหล ปฏิกิริยาของเหล่าศิษย์ที่แตกตื่นทำให้เห็นลำดับชั้นของพลังได้ชัดเจน ตัวเอกเดินออกมาจากประตูมิติด้วยท่าทีนิ่งสงบแต่แฝงไปด้วยอันตราย
สีหน้าของปรมาจารย์เมื่อเห็นอสูรตายคาพื้นบอกเล่าเรื่องราวมากมาย ทั้งความตกใจและความโกรธเกรี้ยวที่เริ่มก่อตัว ฉากที่ฟ้าร้องคำรามและสายฟ้าฟาดลงมาสะท้อนถึงอารมณ์ของท่านได้เป็นอย่างดี การที่ตัวเอกยืนท้าทายอำนาจเบื้องบนด้วยดวงตาสีทองเรืองรอง ช่างเป็นภาพที่ตราตรึงใจมาก
ตัวละครหญิงในชุดดำที่วิ่งเข้ามาด้วยความเร่งรีบแล้วทรุดตัวลงกับพื้น ช่างเรียกน้ำตาได้ทันที ใบหน้าที่เปื้อนเลือดและคราบน้ำตาแสดงถึงความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง สายตาที่จ้องมองไปยังเบื้องบนเต็มไปด้วยความสับสนและเจ็บปวด ฉากนี้ทำให้เรื่องราวใน ไฟแค้นเทพเพลิง มีมิติทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งขึ้น
ฉากการต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับอสูรยักษ์ถูกนำเสนอได้อย่างดุเดือดเลือดพล่าน การใช้หมัดเปล่าทะลวงเข้าไปในร่างอสูรจนระเบิดออกเป็นชิ้นๆ แสดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมของตัวเอก เลือดที่สาดกระเซ็นไปทั่วพื้นหินและต้นไม้แห้งแล้งสร้างบรรยากาศที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง
ประตูสีเขียวขนาดใหญ่ที่มีอักขระโบราณหมุนวนอยู่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่อง การที่ตัวเอกเดินออกมาพร้อมกับซากอสูรที่ถูกฆ่าทิ้งไว้เบื้องหลัง สร้างคำถามมากมายว่าเขาเป็นใครและมาจากไหน การปรากฏตัวของเขาทำให้ความสงบของสำนักสั่นคลอนจนแทบแตกสลาย
ฉากที่ปรมาจารย์ยืนกางแขนรับสายฟ้าท่ามกลางพายุฝน แสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจอันมหาศาลที่ท่านมีอยู่ แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นบอกใบ้ว่ากำลังมีบางอย่างไม่ถูกต้อง ความตึงเครียดในลานประลองพุ่งสูงขึ้นจนแทบจับต้องได้ เมื่อความจริงเริ่มเปิดเผย
ฉากจบที่ซูมเข้าไปที่ใบหน้าของตัวเอกพร้อมรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อย ช่างเป็นภาพที่ชวนให้ขนลุกและสงสัยว่าเขาวางแผนอะไรไว้ ดวงตาสีทองที่เรืองแสงภายใต้หน้ากากโลหะสื่อถึงความมั่นใจและบางทีอาจจะเป็นความเย่อหยิ่ง รอยยิ้มนี้ดูเหมือนจะบอกว่าทุกอย่างกำลังเป็นไปตามที่เขาคิดไว้
การเผชิญหน้าระหว่างชายหนุ่มผู้ลึกลับกับเหล่าผู้อาวุโสของสำนัก สร้างความขัดแย้งที่น่าสนใจมาก ท่าทีที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงระหว่างความเยือกเย็นของตัวเอกกับความตื่นตระหนกของผู้อื่น ทำให้เห็นถึงช่องว่างของพลังและทัศนคติ เรื่องราวใน ไฟแค้นเทพเพลิง กำลังจะเข้มข้นขึ้นแน่ๆ
การดำเนินเรื่องที่ใช้ภาพเล่าเรื่องเป็นหลักโดยไม่ต้องพึ่งพาบทพูดเยอะ ทำให้คนดูต้องใช้จินตนาการตาม เสียงคำรามของอสูรและเสียงฟ้าร้องช่วยเสริมอารมณ์ได้เป็นอย่างดี ฉากแอ็คชั่นที่รวดเร็วและรุนแรงทำให้หัวใจเต้นแรงตลอดทั้งตอน เป็นงานสร้างที่ใส่ใจในรายละเอียดจริงๆ
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม