แค่เริ่มเรื่องมาก็เจอฉากเมืองพังพินาศกับปีศาจยักษ์ที่ดูน่ากลัวมาก แสงสีม่วงกับสายฟ้าทำให้บรรยากาศดูสิ้นหวังสุดๆ ตัวเอกที่เลือดตกปากแต่ยังพยายามสู้ทำให้เรารู้สึกอินไปกับความเจ็บปวดของเขา การดำเนินเรื่องใน ไฟแค้นเทพเพลิง เร็วและกระชับมาก ไม่มีการยืดเยื้อให้เสียอารมณ์ คนดูอย่างเราแทบจะกลั้นหายใจตามตัวละครเลย
ชอบฉากที่ตัวเอกสวมหน้ากากแล้วดวงตาเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามมาก มันสื่อถึงการปลุกพลังที่ซ่อนอยู่ได้อย่างทรงพลัง ฉากที่เขาลอยขึ้นพร้อมกับมังกรไฟคือจุดพีคที่สวยจนต้องหยุดดูซ้ำๆ หลายรอบ การออกแบบคาแรคเตอร์ในเรื่อง ไฟแค้นเทพเพลิง ทำออกมาได้ละเอียดมาก โดยเฉพาะชุดเกราะที่ลุกเป็นไฟนั้นดูเท่และดุดันสุดๆ
ฉากตัดมาที่หญิงสาวชุดขาวบนยอดเขาช่างแตกต่างกับฉากสงครามอย่างสิ้นเชิง ความสวยงามของเธอตัดกับความโหดร้ายของปีศาจที่กำลังอาละวาดด้านล่าง ทำให้เรารู้สึกสงสารและเอาใจช่วยเธอ ฉากที่เธอถูกพันธนาการและมีเลือดไหลออกมาช่างน่าใจหาย เรื่องราวใน ไฟแค้นเทพเพลิง ดูจะมีความซับซ้อนมากกว่าแค่การต่อสู้ธรรมดา
ฉากที่ตัวเอกบีบถุงผ้าจนแตกแล้วเกิดแสงสว่างจ้าคือโมเมนต์ที่พีคมาก เหมือนเป็นการประกาศว่าเขากลับมาแล้วพร้อมพลังที่แกร่งกว่าเดิม การที่ชุดธรรมดาเปลี่ยนเป็นชุดเกราะไฟแสดงถึงสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง คนดูอย่างเราตื่นเต้นมากที่เห็นพระเอกของเราแข็งแกร่งขึ้นใน ไฟแค้นเทพเพลิง
การปรากฏตัวของมังกรไฟยักษ์ที่โอบล้อมเมืองคือภาพที่อลังการงานสร้างมาก แสงสีทองส้มตัดกับท้องฟ้ามืดครึ้มทำให้รู้สึกถึงความหวังที่กำลังกลับมา ฉากที่ตัวเอกยืนอยู่หน้ามังกรแล้วชี้มือออกไปเหมือนกำลังสั่งการกองทัพ ทำให้เรารู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว การสร้างภาพใน ไฟแค้นเทพเพลิง ทำออกมาได้ยิ่งใหญ่จริงๆ
ชอบการถ่ายทำ cậnฉากดวงตาของตัวละครมาก โดยเฉพาะตอนที่ดวงตาเปลี่ยนสีและลุกเป็นไฟ มันสื่อถึงอารมณ์ความโกรธแค้นและความมุ่งมั่นที่จะล้างแค้นได้อย่างชัดเจน ฉากที่ตัวร้ายมีเลือดไหลจากตาแต่ยังพยายามยิ้มทำให้เรารู้สึกว่าเขาไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เรื่องราวใน ไฟแค้นเทพเพลิง เต็มไปด้วยอารมณ์ที่รุนแรง
ฉากที่ปีศาจสีดำพุ่งเข้าใส่เมืองที่กำลังลุกไหม้คือภาพที่ดูแล้วตื่นเต้นมาก เสียงคำรามของปีศาจกับเสียงไฟลุกโชนทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ในสนามรบจริงๆ การที่ตัวเอกต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าทำให้เราเอาใจช่วยเขาแทบขาดใจ การดำเนินเรื่องใน ไฟแค้นเทพเพลิง ไม่ทำให้คนดูผิดหวังเลย
แม้ว่าฉากส่วนใหญ่จะมืดมนและเต็มไปด้วยการทำลายล้าง แต่การปรากฏตัวของแสงสว่างจากท้องฟ้าและมังกรไฟทำให้เรารู้สึกว่ายังมีหวังอยู่ ฉากที่ตัวเอกยืนตระหง่านท่ามกลางเปลวเพลิงคือสัญลักษณ์ของการไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เรื่องราวใน ไฟแค้นเทพเพลิง สอนให้เราสู้ต่อไปไม่ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายแค่ไหน
ชอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในเรื่องมาก เช่น ฉากที่มือของตัวเอกกดลงบนพื้นโคลนที่มีเลือด หรือฉากที่น้ำตาของหญิงสาวไหลลงมาผสมกับเลือด รายละเอียดเหล่านี้ทำให้ตัวละครดูมีมิติและสมจริงมากขึ้น การใส่ใจในรายละเอียดของ ไฟแค้นเทพเพลิง ทำให้เรารู้สึกว่าผู้สร้างตั้งใจทำออกมาจริงๆ
ฉากจบที่ตัวเอกยืนอยู่หน้ามังกรไฟแล้วมีตัวหนังสือขึ้นว่ายังไม่จบ ทำให้เราตื่นเต้นมากที่อยากรู้ว่าตอนต่อไปจะเป็นยังไง การที่เรื่องราวยังมีปมให้แก้ต่อทำให้เราไม่อยากรอให้ถึงตอนใหม่เลย การสร้างปมใน ไฟแค้นเทพเพลิง ทำออกมาได้น่าติดตามมาก คนดูอย่างเราพร้อมจะรอติดตามตอนต่อไปแน่นอน
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม