ฉากเปิดเรื่องในคุกช่างดึงดูดสายตาจริงๆ โดยเฉพาะตัวละครหลักที่ดูไม่เหมือนนักโทษทั่วไป รอยยิ้มของเขาทำให้ตำรวจสาวถึงกับเสียอาการ ฉากเดินจับมือกันในโค่นทรชนนั้นช่างโรแมนติกจนลืมไปเลยว่าเขาคือผู้ต้องขัง ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากศัตรูกลายเป็นอะไรที่มากกว่านั้นช่างน่าติดตามสุดๆ
ใครจะคิดว่าฉากในคุกจะนำไปสู่ฉากในศาลที่ดุเดือดขนาดนี้ ตัวละครใส่สูทสีน้ำเงินดูมีอิทธิพลมาก แต่พระเอกของเราก็ไม่ยอมแพ้ ใส่หูฟังบลูทูธแล้วทำหน้าตายิ่งกว่า การต่อสู้ด้วยคำพูดในโค่นทรชนนั้นมันส์ไม่แพ้ฉากต่อสู้เลยจริงๆ
ตอนแรกนึกว่าเธอเป็นตำรวจใจแข็ง แต่พอเห็นฉากที่เธอเดินออกมาจากประตูศาลในชุดเดรสสีม่วง ชัดเจนเลยว่าเธอมีบทบาทที่ซับซ้อนกว่านั้น แสงย้อนที่ทำให้เห็นเงาร่างของเธอในโค่นทรชนนั้นสวยและดูลึกลับน่าค้นหาสุดๆ
จากชุดนักโทษสีส้มมาเป็นแจ็คเก็ตสีดำติดรูปหนังสือพิมพ์ เปลี่ยนลุคได้เท่สุดๆ ดูเหมือนเขาจะเตรียมตัวมาอย่างดีสำหรับวันตัดสินคดี รอยยิ้มมุมปากตอนใส่หูฟังในโค่นทรชนทำให้รู้ว่าเขามั่นใจในแผนของตัวเองมากแค่ไหน
ฉากที่ตำรวจสาวเตะแล้วพระเอกดันเธอติดผนังนั้นช่างเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก แม้จะดูรุนแรงแต่ก็มีความโรแมนติกแฝงอยู่ การแสดงสีหน้าของทั้งคู่ในโค่นทรชนบอกเล่าเรื่องราวได้ดีกว่าคำพูดใดๆ ทั้งสิ้น
นักโทษคนอื่นๆ ในเซลล์ที่มีแผลเต็มตัวดูน่ากลัวมาก แต่พวกเขากลับยอมให้พระเอกเดินออกไปก่อน แสดงว่าเขาต้องมีอิทธิพลอะไรบางอย่างในคุก ฉากนี้ในโค่นทรชนทำให้รู้ว่าเขาไม่ใช่ตัวละครธรรมดาแน่นอน
ฉากในศาลที่มีการโต้เถียงกันอย่างรุนแรงระหว่างทนายใส่สูทน้ำเงินกับพระเอกของเรา ทำให้คนดูรู้สึกตื่นเต้นไปกับทุกคำพูด ผู้พิพากษาเคาะค้อนตัดสินในโค่นทรชนนั้นเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องเลย
ฉากสุดท้ายที่เธอเดินออกมาจากประตูใหญ่ด้วยแสงสว่างด้านหลัง ทำให้รู้ว่าเธออาจจะเปลี่ยนข้างหรือมีแผนอะไรบางอย่าง ใบหน้าที่ดูมุ่งมั่นในโค่นทรชนทำให้คนดูต้องรอติดตามตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ
แม้จะไม่มีเสียงแต่ภาพแต่ละฉากในโค่นทรชนสื่ออารมณ์ได้ชัดเจนมาก ตั้งแต่ความตึงเครียดในคุก ความโรแมนติกในโถงทางเดิน ไปจนถึงความดราม่าในศาล ทุกอย่างผสมผสานกันได้อย่างลงตัวสุดๆ
ฉากสุดท้ายที่ตำรวจสาวเดินออกมาพร้อมสีหน้ามุ่งมั่น ทำให้รู้ว่าเรื่องยังไม่จบแค่นี้ พระเอกจะรอดพ้นจากข้อหาได้หรือไม่ และเธอจะเลือกข้างไหนในโค่นทรชน ต้องรอติดตามกันต่อในตอนต่อไปแน่นอน
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม