ฉากที่พระเอกกดรับสายแล้วหน้าจอใหญ่ขึ้นพร้อมกันทั้งห้อง มันช่างเป็นโมเมนต์ที่ทรงพลังมากในเมื่อคิงลงแข่ง ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ แค่สายตาของทุกคนที่เปลี่ยนไปก็บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ความตึงเครียดมันพุ่งปรี๊ดจนคนดูอย่างเราต้องกลั้นหายใจตามไปด้วยจริงๆ
ชอบตรงที่เรื่องเมื่อคิงลงแข่ง ไม่ได้ทำให้ตัวร้ายดูโง่ แต่ทำให้เห็นความประมาทที่นำมาซึ่งความพ่ายแพ้ สีหน้าของชายใส่แว่นตอนล้มลงพื้นมันสื่อถึงความหมดอาลัยตายอยากได้ดีมาก เป็นฉากที่สะใจคนดูสุดๆ ไปเลย
พระเอกในเรื่องเมื่อคิงลงแข่ง เท่แบบไม่ต้องพยายามเลย แค่ยืนนิ่งๆ ยิ้มมุมปากตอนคุยโทรศัพท์ก็กินขาดแล้ว ชุดสูทสีดำตัดกับฉากสีน้ำเงินมันดูแพงมาก อยากได้ลุคแบบนี้ไปใส่ทำงานบ้างจังเลย
การกลับมาของนางเอกในชุดสีม่วงคือจุดเปลี่ยนสำคัญมากในเมื่อคิงลงแข่ง เธอไม่ได้มาแค่สวย แต่มาพร้อมกับอำนาจที่ทุกคนต้องเกรงกลัว สีหน้าของคณะกรรมการที่เปลี่ยนจากดูถูกเป็นกลัวมันชัดเจนมาก
ชอบรายละเอียดในเรื่องเมื่อคิงลงแข่ง มากๆ อย่างเช่นชื่อในโทรศัพท์ที่โชว์หรา หรือปฏิกิริยาของผู้ชมที่นั่งดูอยู่เบื้องหลัง มันช่วยเติมเต็มอารมณ์ของฉากให้สมบูรณ์ขึ้น คนทำละเอียดมาก
ฉากนี้ในเมื่อคิงลงแข่ง สะท้อนความจริงของโลกธุรกิจได้ดีมาก วันนี้คุณอาจนั่งบนเก้าอี้ตัวใหญ่ แต่พรุ่งนี้อาจต้องมานั่งกับพื้นก็ได้ ความไม่แน่นอนนี่แหละที่ทำให้เรื่องน่าติดตามสุดๆ
นักแสดงในเรื่องเมื่อคิงลงแข่ง ทุกคนแสดงได้เป็นธรรมชาติมาก โดยเฉพาะฉากที่ทุกคนพร้อมกันอ้าปากค้าง มันไม่ใช่การแสดงที่เกินจริง แต่เป็นปฏิกิริยาที่คนทั่วไปคงทำแบบนั้นจริงๆ
แม้จะไม่มีเสียงแต่จินตนาการได้ว่าเพลงในเรื่องเมื่อคิงลงแข่ง ต้องเร้าใจมากแน่ๆ จังหวะการตัดสลับระหว่างหน้าคนต่างๆ มันเหมือนมีดนตรีคอยขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตื่นเต้นตลอดเวลา
ตอนแรกคิดว่าเรื่องเมื่อคิงลงแข่ง จะจบแบบธรรมดา แต่ที่ไหนได้ กลับหักมุมได้อย่างน่าทึ่ง การที่พระเอกใช้วิธีโทรออกแทนการพูดโต้ตอบ มันฉลาดและทันสมัยมาก เป็นวิธีแก้ปัญหาที่แปลกใหม่
ดูเรื่องเมื่อคิงลงแข่ง แล้วรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาทันที ไม่ว่าเราจะตกต่ำแค่ไหน แต่ถ้ามีความมุ่งมั่นและวางแผนดีๆ ก็สามารถกลับมาทวงคืนสิ่งที่สูญเสียไปได้เสมอ เป็นข้อคิดที่ดีมากสำหรับชีวิตจริง
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม