ฉากที่เด็กหญิงร้องไห้บนเวทีช่างสะเทือนใจมาก มันไม่ใช่ความเศร้าแต่คือความตื้นตันที่เก็บกดมานาน พ่อแม่ที่นั่งดูอยู่ด้านล่างก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่เช่นกัน เรื่องราวใน อาลัยสองโศก ทำให้เห็นว่าการสนับสนุนของครอบครัวสำคัญแค่ไหนต่อความฝันของเด็กๆ
ชอบฉากที่พ่อหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายลูกสาวทั้งที่ตัวเองก็ร้องไห้ มันสื่อถึงความรักที่ไม่มีเงื่อนไขจริงๆ รางวัลถ้วยนั้นอาจมีค่า แต่รอยยิ้มของลูกมีค่ามากกว่าเป็นล้านเท่า ดูจบแล้วอยากกอดพ่อแม่ตัวเองทันทีเลย
ใครจะสนใจน้องคนเล็กที่ใส่ชุดสีเหลืองบ้าง? ฉากที่น้องเอาของเล่นกล้องมาถ่ายรูปครอบครัวตอนจบคือความสดใสที่แท้จริง เป็นลูกเล่นเล็กๆ ที่ทำให้เรื่อง อาลัยสองโศก ดูอบอุ่นและสมบูรณ์ขึ้นมาก น่ารักจนใจละลาย
ชอบการใช้แสงในฉากสุดท้ายมาก แสงอาทิตย์ยามเย็นที่ส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ลงมาที่ครอบครัว มันเหมือนสัญลักษณ์ของอนาคตที่สดใส การเดินออกจากหอศิลป์พร้อมถ้วยรางวัลคือภาพที่สวยและมีความหมายสุดๆ
แม้จะไม่มีเสียงแต่สีหน้าของเด็กหญิงตอนยืนบนโพเดียมบอกทุกอย่างได้ชัดเจน สายตาที่มองพ่อแม่สลับกับถ้วยรางวัล มันสื่อถึงความกตัญญูและความภูมิใจ เรื่อง อาลัยสองโศก เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก ดูแล้วน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว
ฉากที่พ่อเปิดกระเป๋าเป้แล้วหยิบกล้องฟูจิออกมาคือจุดพีคมาก มันเหมือนเขาเตรียมตัวมาตลอดเพื่อเก็บภาพสำคัญนี้ไว้ ความใส่ใจในรายละเอียดแบบนี้ทำให้ตัวละครดูมีมิติและสมจริงสุดๆ ชอบมาก
การเปลี่ยนผ่านจากฉากที่ร้องไห้หนักมากบนเวที มาสู่ฉากที่ครอบครัวกอดกันด้วยความสุข มันช่างตัดกันแต่ลงตัวมาก เรื่อง อาลัยสองโศก สอนให้เราเห็นว่าความพยายามและความรักจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่สวยงามเสมอ
เสื้อกันหนาวสีแดงลายสุนัขของเด็กหญิงคือจุดเด่นของเรื่องเลย มันดูอบอุ่นและเข้ากับบุคลิกของเธอมาก พอเห็นเธอใส่ชุดนี้ตอนรับรางวัลแล้วยิ่งรู้สึกภูมิใจไปด้วย ละเอียดอ่อนในการเลือกเครื่องแต่งกายมาก
ชอบที่เรื่องนี้อาจจะไม่ได้โฟกัสแค่เด็ก แต่แสดงให้เห็นความรู้สึกของพ่อแม่ด้วย สีหน้าภาคภูมิใจของแม่ตอนลูกเดินมารับรางวัล คือสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนเข้าใจดี เรื่อง อาลัยสองโศก จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเด็กแต่เป็นเรื่องของครอบครัว
ฉากสุดท้ายที่ทั้งครอบครัวหันหลังมองวิวเมืองพร้อมกัน คือภาพที่สื่อถึงความหวังและอนาคตที่รออยู่ข้างหน้า การที่น้องเล็กถูกอุ้มขึ้นมาอยู่ในอ้อมกอดพ่อด้วยคือความสมบูรณ์ของครอบครัวที่มีความสุขจริงๆ ดูจบแล้วใจฟูมาก
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม